Alexis Sanchez นักเตะเชื้อสายจากทวีปอเมริกาใต้ ทวีปที่มีนักฟุตบอลที่มีความสามารถเฉพาะตัวที่ว่ากันว่า เยอะที่สุดในโลก ถึงแม้ว่าในปัจจุบันวงการฟุตบอลจะมีนักเตะที่มีความสามารถเฉพาะตัวเกิดขึ้นมากมายในหลายทวีปแล้วแต่ว่านักเตะจากทวีปอเมริกาใต้ก็ยังเป็นที่นิยมของทุกทีมทุกลีกในโลกมักจะดึงตัวไปร่วมทีมด้วยเหตุผลเรื่องความสามารถเฉพาะตัวนั่นเอง และ Alexis Sanchez ก็คือหนึ่งในนักเตะหลายคนจากทวีปนี้ที่ได้ไปค้าแข้งในทีมจากทวีปยุโรปเช่นเดียวกันกับเพื่อนร่วมอาชีพที่มาจากทวีปเดียวกันนี้ แต่ Alexis Sanchez มีความเป็นมาอย่างไรนั้นเรามาดูกัน

Alexis Sanchez มีชื่อเต็มว่า Alexis Alejandro Sánchez Sánchez (อเล็กซิส อเลฮานโร ซานเชซ ซานเชซ) เกิดเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 1988 ที่เมือง Tocopilla ในประเทศ Chile มีบิดาชื่อ Gullermo Soto มารดาชื่อ Martina Sanchez เพียงไม่กี่เดือนหลังแม่ของ Alexis คลอดเขาออกมา Gullermo ผู้เป็นพ่อที่ไร้ซึ่งความรับผิดชอบแถมยังไม่มีงานทำก็ได้ทิ้งครอบครัวไปทิ้งให้ Martina ผู้เป็นแม่ที่มีเพียงธุรกิจทำไร่ทำสวนเล็ก ๆ ต้องคอยดูแล Alexis และพี่น้องอีก 3 คน Tamara, Marjorie(หญิง) และ Humberto(ชาย) ด้วยตัวคนเดียวลำพังทำให้เธอต้องทำงานเสริมหลายอย่างเช่น ล้างปลา ขายดอกไม้ และอีกหลายอย่างเพื่อให้ได้ค่าใช้จ่ายพอที่จะเลี้ยงดูครอบครัวของเธอ แต่แม้จะทุ่มเทมากเพียงใดการดูแลเด็ก 4 คนด้วยรายได้เพียงน้อยนิดนั้นก็หนักเกินไปสำหรับ Martina จนเมื่อค่าใช้จ่ายมากเกินจะรับไหว พี่ชายของเธอ José Delaigue ก็ได้เข้ามาช่วยเหลือโดยเสนอว่าจะขอรับลูกของเธอคนนึงไปเลี้ยงดูเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ Martina และด้วยคำแนะนำของเพื่อนสนิททำให้ Martina ยอมยก Alexis ไปให้ José พี่ชายของเธอดูแล หลังจากดำเนินการเรื่องเอกสารนิดหน่อย José Delaigue ก็ได้สิทธิ์เป็นพ่อบุญธรรมของ Alexis โดยถูกต้องตามกฎหมาย

แม้ฐานะของ José จะดีกว่าแต่เขาให้สัญญากับ Martina เพียงจะดูแลด้านอาหารและที่อยู่อาศัยเท่านั้นแต่เขาจะไม่ดูแลด้านการศึกษาของ Alexis ที่เขาจ่ายไม่ไหวเพราะไม่ได้รวยมากมายมัก ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับความพอใจของเขาและความขยันตั้งใจของตัว Alexis เองด้วย และด้วยการทำตัวดีของ Alexis นั้นการอาศัยอยู่กับพ่อบุญธรรม José เป็นไปด้วยความราบรื่นเรื่อยมาจนกระทั่ง José เริ่มตระหนักว่าจะเลี้ยงดู Alexis ได้อีกไม่นานเขาจึงได้ใช้เงินเก็บของเขาไปกับการให้ Alexis ได้เข้าศึกษาที่ศูนย์เยาวชนท้องถิ่น Arauco’s youth school ที่สามารถเล่นฟุตบอลหลังเลิกเรียนได้ แม้ว่า Alexis จะไม่เคยมีพื้นฐานฟุตบอลเลยแต่เขารักกีฬาและค้นพบรสวรรค์ของตัวเอง เขาได้ตั้งใจและพยายามให้หนักขึ้นไปอีก เขาได้เป็นนักเตะหลักของทีมในการแข่งขันท้องถิ่นอีกด้วย

ปัญหาด้านการเงินยังไม่จบเมื่อ Alexis ต้องเจอปัญหาเรื่องค่าธรรมเนียมในการเล่นฟุตบอล เขาต้องหาเงินมาด้วยวิธีต่าง ๆ ทั้งทำงานในสุสาน ล้างรถ รับจ้างชกมวย แม้กระทั่งการโชว์ตีลังกาแล้วเก็บเงินเล็กน้อยที่ผู้ชมที่ชอบความความบันเทิงทิ้งไว้ให้

บทสัมภาษณ์ของ Humberto ที่มีต่อ Alexis ในวัยเด็ก
“Alexis had nothing when growing up. He had to fight for everything he has. We were the poorest of the poor so Alexis had to earn money any way he could from a very young age.”

“อเล็กซิสโตมาโดยไม่มีอะไรเลย เขาต้องต่อสู้เพื่อที่จะได้ทุกสิ่งที่เขามี เราคือกลุ่มที่จนที่สุดในกลุ่มคนจน อเล็กซิสจึงต้องทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้ได้เงินมาตั้งแต่เขายังเด็ก”

Humberto ยังเล่าให้ฟังว่าเวลาหิวเขาต้องไปเคาะประตูเพื่อนบ้านเพื่อให้ได้ขนมปัง ของว่าง หรืออาหารที่เหลือทิ้ง คนในระแวกนั้นก็มักจะให้หรือวางไว้ที่หน้าประตูเพื่อช่วยเหลือคนในระแวกเดียวกันนั้น

ด้วยความลำบากในวัยเด็กส่งผลให้เขากระหายในความสำเร็จเป็นอย่างมากซึ่งผู้ชายในประเทศชีลีนั้นมีทางเลือกในอาชีพหลักอยู่ 3 อย่างคือ ทำงานในเหมือง เป็นชาวประมง และเป็นนักฟุตบอล แล้ว Alexis ก็ได้เลือกเส้นทางที่เขาได้เป็นอยู่ในปัจจุบัน แต่จุดเริ่มของ Alexis ก็ไม่ใช่ง่ายเลยเขาต้องขอยืมรองเท้าของเพื่อนเพื่อที่จะลงแข่ง มีอยู่เกมหนึ่งที่เขายิงคนเดียว 8 ประตู เป็นที่ชื่นชมอย่างมากของเมืองที่เขาอาศัยอยู่หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้รับรางวัลเป็นรองเท้าฟุตบอลจาก Tocopila  ผู้เป็นนายกเทศมนตรี

young alexis

หลังจากได้รับรางวัลจากนายกเทศมนตรีได้ไม่นานนักก็ได้มีผู้อุปถัมภ์รายหนึ่งที่ชื่อว่า Luis Astorga หนึ่งในกลุ่มผู้ร่ำรวยที่คอยให้การสนับสนุนเด็กที่มีแววและมีพรสวรรค์ ซึ่ง Alexis ก็ได้รับการสนับสนุนจากเขาคนนี้ในทุกด้าน มีสิ่งที่เขาอยากมีและได้ในสิ่งที่เขาอยากได้และเขาก็ตอบแทนความอนุเคราะห์นั้นด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจจนได้สมยานามว่า El Nino Maravilla ที่แปลว่า Wonder Boy (เด็กอัศจรรย์) ด้วยความช่วยเหลือของ Luis Astorga ทำให้ Alexis ได้เข้าสโมสร Cobreloa สโมสรในประเทศและเขาก็ไม่ทำให้ใครผิดหวัง ปี 2005 Nelson Acosta (ผู้จัดการทีมชาติชุด U-21) ก็ได้เรียกตัวเขาติดทีมชาติ

ปี 2006 Udinese สโมสรดังจากประเทศอิตาลีก็ได้จ่ายเงิน 1.7 ล้านเพื่อซื้อ Alexis ในวัยเพียงแค่ 17 ปีไปร่วมทีมแต่ก็ได้ปล่อยให้ทีม Colo-Colo ทีมในประเทศบ้านเกิดของ Alexis ยืมตัวไปใช้งาน และปี 2007 ก็ปล่อยตัวเขาไปให้ River Plate ทีมในอาเจนติน่ายืมตัวไปใช้งาน ทั้งนี้เพื่อให้ตัว Alexis ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์จนเขาเริ่มพัฒนาขึ้นจนเป็นกำลังหลักให้กับ Udinese ได้โดยตั้งแต่ปี 2006 – 2011 เขาลงเล่นให้ Udinese ไปรวมกัน 95 เกมและยิงประตูได้ 20 ประตู ด้วยฟอร์มการเล่นที่ปราดเปรียวแข็งแรงและคล่องแคล่วทั้งในระดีบสโมสรและในระดับชาติทำให้เป็นที่สนใจจากทีมใหญ่มากมายและการติดต่อซื้อตัว Alexis ก็เกิดขึ้นและเป็นการตัดสินใจย้ายทีมที่สำคัญมากของเราเพราะสโมสรที่ติดต่อเข้ามานั้นคือ Barcelona

(เคยมีข่าวว่าที่จริงแล้ว Manchester United ได้ติดต่อซื้อตัว Alexis และได้ส่งเครื่องบินมารับตัวเขาแล้วแต่เขาปฏิเสธที่จะขึ้นเครื่องไปเพราะได้มีการติดต่อมาจาก Barcelona เพื่อแย่งตัวเขาไปร่วมทีม)

Alexis ได้เลือกย้ายเข้ามาเล่นให้กับทีมที่ถูกเรียกว่าเก่งที่สุดในโลกและมีนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกอย่าง Lionel Messi อยู่ในทีมอีกด้วย แต่ Alexis ก็ปรับตัวให้เข้ากับทีมได้อย่างรวดเร็วเขาเล่นได้เข้ากับเพื่อนร่วมทีมได้เป็นอย่างดี ตลอด 3 ปีเขาได้ลงเล่น 88 นัดและยิงได้ 39 ประตู นี่ถือเป็นช่วงที่ดีที่สุดในชีวิตนักฟุตบอลของ Alexis เขาคว้าแชมป์มากมายที่นี่ แต่ทุกอย่างต้องมีวันจบสิ้นเมื่อฟุตบอลโลกปี 2014 นั้น Barcelona ได้ติดต่อซื้อตัว Luis Suárez ดาวยิงจาก Uruguay ไว้ร่วงหน้าตั้งแต่ยังไม่จบมหกรรมบอลโลกและยังคาดว่าจะเข้ามาแทนตำแหน่งของ Alexis อีกด้วยทำให้ตัวเขาเริ่มที่จะหาสโมสรอื่นที่จะย้ายไปเพราะเริ่มไม่มั่นใจในโอกาศที่จะเป็นตัวหลักของทีมและเขาก็เริ่มหาสโมสรที่จะย้ายไปร่วมโดยทีมที่ได้ Alexis ไปร่วมทีมก็คือ Arsenal ทีมดังจากประเทศอังกฤษ

Alexis ครองใจแฟนบอลของ Arsenal ได้อย่างรวดเร็วด้วยชั้นเชิงฟุตบอลที่สูงทำให้ตลอดเวลา 4 ปี เขาได้ลงเล่นถึง 122 นัด ยองได้ถึง 60 ประตู แต่ปัญหาของของทีมนั้นก็มาถึงเมื่อ Arsenal นั้นไม่สามารถคว้าแชมป์อะไรได้เป็นชิ้นเป็นอันแฟนบอลเริ่มไม่พอใจผู้จัดการทีมจนถึงขั้นอยากให้ไล่ออกไปทั้งหมดล้วนส่งผลกระทบด้านจิตใจให้กับตัวนักเตะในทีมและแน่นอน Alexis ก็ด้วยเช่นกันข่าวเรื่อง ด้วยการแข่งขันระหว่างทีมใหญ่นั้นสูงมากและเมื่อ Manchester United ติดต่อซื้อตัว Alexis ไปร่วมทีมด้วยค่าเหนื่อยที่สูงเป็นสถิติของลีก เขาตอบตกลงไปอย่างไม่ลังเลโดยไม่รู้ว่าอนาคตที่ Manchester ก็ไม่ได้ดีไปกว่าที่ Arsenal สักเท่าไรนัก เพราะเขาต้องเจอกับความคาดหวังที่สูงขึ้นบวกกับสภาพทีมที่ฟอร์มไม่สม่ำเสมอและยังต้องแย่งตำแหน่งกับนักเตะตัวหลักของทีมทำให้เขาผู้มีค่าเหนื่อยเป็นสถิติของลีกได้เป็นเพียงแค่ตัวเลือกอันดับ 3 ต่อจาก Lukaku และ Rashford ทำให้เขาทำได้เพียง 3 ประตูในฤดูกาล 2017 – 2018 ฤดูกาลล่าสุด

เคยมีข่าวลือว่า Alexis (ขณะนั้นยังอยู่กับ Barcelona) เคยให้สัมภาษณ์หลังเกมอุ่นเครื่องระหว่างอังกฤษพบกับชีลีว่า

“เราเป็นทีมที่ยากลำบากกว่าพวกเขา ที่อังกฤษนั้นทุกอย่างช่างง่ายดายเสียเหลือเกิน พวกเขาแค่เข้าร่วมทีมเยาวชนของสถาบันศึกษาแล้วอีก 10 – 11 ปี ทุกอย่างก็จะถูกเตรียมรอไว้ให้เสร็จสรรพ

ถ้าผมล้มเหลวล่ะก็ ผมต้องทำงาน 15 ชั่วโมงต่อวันในไซต์งานก่อสร้างเพื่อเงินเดือนเพียงเล็กน้อย ฟุตบอลได้ช่วยผมไว้ ผมไม่คิดว่าผู้เล่นอังกฤษจะใช้คำนี้ได้ดีกว่าผม แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดของผู้เล่นอังกฤษหรือผู้เล่นจากยุโรปอื่น ๆ ที่พวกเขาไม่ได้เติบโตมาในสภาพแวดล้อมเช่นเดียวกันกับผม แต่การมีทุกสิ่งทุกอย่างได้ง่ายดายนั้นทำให้พวกเขาอ่อนแอ

แต่เจ้าตัวและทางต้นสังกัดก็ออกมาปฏิเสธข่าวนี้ทันทีว่าไม่เป็นความจริง

ด้านความสัมพันธ์ของ Alexis กับสาว ๆ นั้นเขาได้คบหาและเลิกรากับผู้หญิงหลายคนซึ่งล้วนแต่เป็นคนดังหรือนางแบบแทบทั้งสิ้น คนแรกเมื่อปี 2009 เขาคบกับ Faloon Larraguibel พิธีกรสาวชาวชิลีทีวีชื่อดัง และก็เลิกกับเธอไปในปีเดียวกันนั้น คนที่ 2 ชื่อ Tamara Primus นางแบบสาวชาวอุรุกวัย ความสัมพันธ์ของพวกเขาดำเนินไปถึงแค่ปี 2011 เขาก็ไปคบกับคนใหม่ที่ชื่อ Roxana Munoz นักแสดงสาวชาวชิลี พวกเขาคบกันเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น Alexis ก็ไปคบคนใหม่ชื่อ Michelle Carvalho นาวแบบสาวชาวบราซิล ทั้งคู่เลิกกันในปี 2013 พอมาถึงปี 2014 ก็เริ่มคบกับ Laia Grassi แฟนของเขาคนปัจจุบัน รายงานว่าทั้งคู่นั้นแต่งงานกันด้วยแต่ชีวิตแต่งงานไม่ค่อยดีนัก มีข่าวเรื่องที่เธอถูกทำร้ายร่างกายจากสามีที่โมโหจากเกมฟุตบอลที่เขาไม่ค่อยได้ลงเล่น จนวันนี้ Alexis เริ่มประครองชีวิตคู่ไว้ไม่ค่อยได้ มีข่าวจากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในประเทศชิลีว่า Laia Grassi ขู่ว่าจะหย่ากับเขาอีกด้วย

alexis girlfriend

แน่นอนว่าปัญหาที่ Alexis ต้องรับมือในขณะนี้นั้นถือเป็นเรื่องปกติทั่วไปของคนทั่วไปในสังคม แต่หากมองกลับไปถึงก่อนที่เขาจะมีวันนี้ มีคฤหาสน์สหลังละเกือบ 6 ล้านในลอนดอนที่มีทั้งโรงหนังส่วนตัวและสระว่ายน้ำภายใน ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ สระว่ายน้ำกลางแจ้ง หรือแม้แต่โรงรถที่มีรถคันหรูจอดอยู่หลายคัน (ส่วนใหญ่เป็น Audi) ก่อนหน้านี้เขาไม่มีอะไรเลยทั้งสิ้นแม้แต่อาหาร นี่อาจจะเป็นการตอบแทนตัวเองในสิ่งที่เขาขาดไปในสมัยเด็ก และนี่คือ Alexis Sanchez ชายผู้ที่เริ่มต้นมาจากศูนย์ที่ในตอนนี้มีมากเสียจนเกินพอ เรื่องราวครั้งต่อไปจะเป็นของใครโปรดรอติดตาม สวัสดีครับ