Shinji Kagawa – ชินจิ คากาวะ

จากที่เคยสร้างชื่อเสียงได้โด่งดังสุด ๆ ในสมัยเล่นอยู่ที่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในช่วงปี 2010 – 2012 จนได้รับความสนใจจากทีมใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แต่สุดท้ายก็ถูกปล่อยตัวกลับมาที่รังเสือเหลืองแห่งเยอรมันอีกครั้ง จนสุดท้ายถูกปล่อยยืมตัวไปแบบที่ถูกมองว่ารอให้หมดสัญญาจะได้ปล่อยตัวฟรีเสียที เรามาดูประวัตรความเป็นมาของ ชินจิ คากาวะ เพลย์เมกเกอร์เลือดซามูไรคนนี้กันว่าก่อนจะมาถึงจุดนี้นั้น เขามีที่มาที่ไปอย่างไร ไปดูกันเลย

shinji kagawa , ชินจิ คากาวะ

ข้อเด่น : ไหวพริบ การครองบอล การจ่ายบอลทะลุช่อง

ข้อด้อย : แรงปะทะ การเล่นลูกกลางอากาศ

ครอบครัว & วัยเด็ก

ชินจิ คากาวะ เกิดเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 1989 ที่แขวงทารูมิ ที่เป็นหนึ่งในเก้าแขวงการปกครองของเมือง โกเบ ในจังหวัด เฮียวโก ประเทศญี่ปุ่น ด้วยความที่ชื่นชอบฟุตบอลมากมาตั้งแต่วัยเด็ก ชินจิ คากาวะ มีความฝันที่อยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่เล่นอยู่ใน J-League ให้ได้ในสักวันหนึ่ง ครอบครัวของเขาจึงได้ส่งตัว ชินจิ คากาวะ เข้าทีมฟุตบอลท้องถิ่นแขวงทารูมิในทีม Marino FC ตั้งแต่อายุเพียง 5 ขวบเท่านั้น

young shinji kagawa , วัยเด็กของชินจิ คากาวะ , shinji kagawa childhood
credit to : http://footballplayerschildhoodpics.blogspot.com

ระดับเยาวชน

ชินจิ คากาวะ เข้าทีมฟุตบอลท้องถิ่นของโกเบที่ชื่อ Kobe NK Football Club จนถึงเมื่ออายุได้ 12 ปี ชินจิ คากาวะ ได้ถูกทาบทามให้ไปเข้าไปฝึกฟุตบอลที่ทีมเยาวชนของสโมสร เอฟซี มียากิ บาร์เซโลน่า ซึ่งมีชื่อไปเหมือนกับสโมสรใหญ่ระดับโลกอย่าง เอฟซี บาร์เซโลน่า นี่เป็นสาเหตุให้เขาเป็นแฟนบอลของทีม บาร์เซโลน่า มาตั้งแต่นั้น และทำให้ตัวของเขานั้นฝันว่าอยากจะไปค้าแข้งที่ประเทศ สเปน กับสโมสรระดับโลกอย่าง บาร์เซโลน่า หรือ รีล มาดริด ซักครั้งในอนาคต

young shinji kagawa , วัยเด็กของชินจิ คากาวะ , shinji kagawa childhood , shinji kagawa Kobe NK Football Club
credit to : http://footballplayerschildhoodpics.blogspot.com

ระดับอาชีพ

แม้จะฝันไกลที่อาจจะมองว่า “เกินตัว” แต่ตัว ชินจิ คากาวะ ก็พัฒนาฝีเท้าของตัวเขาเองได้ดีอย่างต่อเนื่อง จนถึงเมื่ออายุได้ 17 ปี ชินจิ คากาวะ ก็ได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับทีม Cerezo Osaka ซึ่งกลายเป็นการเซ็นสัญญานักฟุตบอลคนแรกในวงการฟุตบอลของญี่ปุ่น ที่เซ็นสัญญากับเด็กที่ยังเรียนไม่จบมัธยมปลาย

young shinji kagawa , วัยเด็กของชินจิ คากาวะ , shinji kagawa childhood , shinji kagawa Cerezo Osaka
credit to : www.goal.com

แม้ว่า ชินจิ คากาวะ จะไม่สามารถช่วยทีมต้นสังกัดของเขาให้เลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในลีกสูงสุดของประเทศ แต่ ชินจิ คากาวะ ก็เป็นผู้เล่นที่ทำประตูได้สูงที่สุดใน J-League 2 (27 ประตู) ในปี 2009 ซึ่งแค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ชื่อของ ชินจิ คากาวะ ได้รับความสนใจจากทีมใหญ่ทั้งในและนอกประเทศ

ปี 2010 ชินจิ คากาวะ ตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตนักฟุตบอลด้วยการตอบตกลงย้ายไปเล่นในประเทศเยอรมันกับทีมใหญ่อย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งค่าตัวของเขาเป็นเพียงค่ายกเลิกสัญญาที่มีมูลค่าประมาณ 350,000 ยูโร ที่ทาง ชินจิ คากาวะ ทำเงื่อนไขไว้กับต้นสังกัดเก่าไว้นั่นเอง

ประสบความสําเร็จอย่างยิ่งใหญ่

แม้จะถูกมองว่า โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซื้อตัวมิดฟิลด์ชาวญี่ปุ่นรายนี้มาก็เพื่อเป็นการขยายตลาดเท่านั้น แต่ตัว ชินจิ คากาวะ เองก็พยายามสร้างผลงานให้กับทีมอย่างเต็มที่ การลงสนามนัดแรกในสีเสื้อของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นเกมยูโรป้าลีกที่พบกับ Qarabağ FK และประตูแรกที่เขาทำให้กับทีมก็คือนัดที่พบกับ VfL Wolfsburg ซึ่งทีมของเขาชนะไป 2-0

ในเกม Revierderby ที่ทีม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ต้องเจอกับ ชาลเก้ 04 ซึ่งผลจบลงด้วยชัยชนะของทีมเสือเหลืองดอร์ทมุนด์ 3 ประตูต่อ 1 ในเกมนี้ ชินจิ คากาวะ ทำคนเดียว 2 ประตู กลายที่ชื่นชอบและจดจำของแฟนบอลเสือเหลืองไปในทันที แต่ต่อมาเขาก็ต้องพบกับปัญหาอาการบาดเจ็บจนต้องพักรักษาตัวไปกว่าครึ่งฤดูกาล แต่ถึงอย่างไรปีแรกของเขากับทีม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เขาก็ร่วมคว้าแชมป์บุนเดสลีก้า และเขายังได้รับเลือกติดทีมยอดเยี่ยมของฤดูกาล 2010-2011 จากนิตยสาร Kicker อีกด้วย

shinji kagawa bundesliga champions , ชินจิ คากาวะ แชมป์บุนเดสลีก้า
credit to : www.welt.de

ความสำเร็จของ ชินจิ คากาวะ ยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง ฤดูกาลถัดมาในปี 2011-2012 เขาก็ร่วมค้าแชมป์บุนเดสลีก้าสมัยที่ 2 ติดกันกับสโมสรโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แค่นั้นยังไม่พอ ชินจิ คากาวะ ยังยิง 1 จ่าย 1 ช่วยทีมคว้าแชมป์ DFB-Pokal ในนัดชิงที่พบกับยอดทีมของประเทศอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งทีมของเขาชนะไป 5 ประตู ต่อ 2 คว้าดับเบิ้ลแชมป์ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการลงเล่นถึง 31 เกม และยิงได้ถึง 13 ประตู และยังคว้ารางวัลนักฟุตบอลเอเชียยอดเยี่ยมมาครองได้อีกด้วย

shinji kagawa DFB-Pokal champions , ชินจิ คากาวะ แชมป์ DFB-Pokal
credit to : https://sport.onet.pl

สู่ความท้าทายครั้งใหม่

ด้วยวัยเพียง 23 ปี หลังจากสร้างชื่อเสียงและประสบความสำเร็จที่เยอรมัน ทำให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตัดสินใจติดต่อซื้อตัว ชิจิ คากาวะ เข้ามาสู่ทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เพื่อมาทดแทน ปาร์ค จี-ซอง นักเตะเอเชียชาวเกาหลีใต้ที่เพิ่งอำลาทีมไปได้ไม่นาน โดยที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คาดหวังไว้กับตัวมิดฟิลด์ชาวญี่ปุ่นรายนี้ค่อนข้างมากจากผลงานที่เคยสร้างไว้กับต้นสังกัดเก่า

shinji kagawa manchester united , ชินจิ คากาวะ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
credit to : www.newtimes.co.rw

ปีแรกกับทีมปีศาจแดง ชินจิ คากาวะ ทำผลงานได้เป็นที่น่าพอใจ และร่วมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกร่วมกับทีมแมนเชสเตอร์ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นปีสุดท้ายก่อนอำลาตำแหน่งของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก่อนจะส่งไม้ต่อไปให้ เดวิด มอยส์ มารับหน้าที่คุมทีมต่อจากเขา

จุดพลิกผันในชีวิตค้าแข้ง

เมื่อผู้จัดการทีมเปลี่ยนทุกอย่างในทีมก็เริ่มเปลี่ยน เดวิด มอยส์ มีแนวทางการทำทีมของตัวเอง และมีนักฟุตบอลที่เขาต้องการใช้งานในแบบของเขาเอง ชินจิ คากาวะ ก็เริ่มไม่ได้รับความสำคัญกับทีมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายในปีฤดูกาล 2014-2015 ชินจิ คากาวะ ก็ย้ายกลับไปรังเก่าที่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อีกครั้ง แต่การกลับมาครั้งนี้เขาไม่ได้เป็นนักเตะคนสำคัญของทีมอีกต่อไปแล้วเพราะทีมได้มีการพัฒนาไปมาก และมีนักเตะหลายคนขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมไปเรียบร้อยแล้ว

ฤดูกาล 2018-2019 ชินจิ คากาวะ ถูกส่งตัวลงไปเล่นกับทีมสำรองของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวไปให้ทีม เบซิคตัส ในประเทศตุรกี ยืมตัวไปใช้งาน จนเมื่อฤดูกาลใหม่ 2019-2020 ชินจิ คากาวะ ก็ถูกปล่อยตัวไปให้ทีม รีล ซาราโกซ่า ทีมจากลีกรองของประเทศสเปนยืมใช้งาน ซึ่งเป็นการร้องขอของตัว ชินจิ คากาวะ เอง ที่อยากจะไปเล่นที่สเปนสักครั้งก่อนที่จะกลับไปประเทศบ้านเกิดในปลายชีวิตค้าแข้ง

อาจจะมองว่าการตัดสินใจย้ายไปเล่นในประเทศอังกฤษของ ชินจิ คากาวะ นั้นอาจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตการเป็นนักฟุตบอลของเขา แต่แน่นอนว่าไม่มีใครที่จะรู้อนาคตว่าทางที่เลือกเดินไปนั้นจะถูกต้องหรือผิดพลาด แต่ในฐานะนักฟุตบอลอาชีพนั้นสิ่งที่ ชินจิ คากาวะ ต้องทำก็คือสู้ต่อไปในฐานะนักฟุตบอลอาชีพคนหนึ่ง

Top Player Story ในครั้งต่อไปจะเป็นใครโปรดรอติดตาม สวัสดีครับ