ในวงการฟุตบอลจะมีนักฟุตบอลหลายประเภทแบ่งแยกกันออกไปตามรูปแบบการเล่น นิสัยในสนาม และนิสัยนอกสนาม บางคนชอบโชว์ความหวือหวาในสนามจนเป็นนิสัยติดตัว บางคนในสนามกับนอกสนามต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ละการกระทำนั้นถ้าออกมาดีก็ได้รับคำชื่นชมแต่ถ้าออกมาแล้วไม่ดีก็จะโดนตำหนิ และนักเตะอย่าง มาริโอ บาโลเตลลี่ ก็เป็นนักเตะที่ครบทั้งเรื่องในสนามและนอกสนามที่ไม่ธรรมดาไม่ว่าจะในระดับสโมสรรวมไปถึงระดับโลก แม้จะมีนิสัยที่แปลกจนถึงขั้นบางคนเอือมระอาแต่ว่ายังมีชีวิตอีกด้านที่เราอาจจะยังไม่รู้ มาดูกันครับ

มาริโอ บาโลเตลลี่ มีชื่อเต็มว่า Mario Balotelli Barwuah (มาริโอ บาโลเตลลี่ บาร์วูอาห์) เกิดเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ปี 1990 ที่เมือง ปาร์แลโม่ ในประเทศอิตาลี่ มีบิดาชื่อ โธมัส บาร์วูอาห์ และมารดาชื่อ โรส บาร์วูอาห์ ทั้งคู่เป็นชาวกาน่า โดยกำเนิดและมีลูกด้วยกันทั้งหมด 4 คน อบิเกล(พี่สาวคนโต), อีน็อค(น้องชาย), และ เอนเจล(น้องสาวคนเล็ก) มาริโอ บาโลเตลลี่ เป็นลูกคนที่ 2 จากพี่น้องทั้งหมด 4 คน

Mario Balotelli family, ครอบครัวของมาริโอ บาโลเตลลี่, Mario Balotelli parents, โธมัส บาร์วูอาห์, Thomas Barwuah, โรส บาร์วูอาห์, Rose Barwuah, อบิเกล, Abigail, อีน็อค Enoch, เอนเจล, Angel
credit to : www.modernghana.com

พี่สาวคนโตของ มาริโอ บาโลเตลลี่ ปัจจุบันแต่งงานกับ โอบาเฟมี่ มาร์ติน นักฟุตบอลชื่อดังชาวไนจีเรีย ส่วนน้องชาย อีน็อค นั้นปัจจุบันเป็นนักฟุตบอลของทีม เอฟซี ปาเวีย ส่วนน้องสาวคนเล็ก เอนเจล นั้นไม่มีข้อมูลพูดถึงในประวัติของ มาริโอ บาโลเตลลี่ เลย

พ่อแม่ของ มาริโอ บาโลเตลลี่ คือหนึ่งในกลุ่มผู้อพยพชาวแอฟริกาที่ไปอาศัยอยู่ที่อิตาลีซึ่งมีอยู่ 1,036,653 คนจากการลงทะเบียนตรวจสอบล่าสุดเมื่อปี 2015 โดยอาศัยอยู่ที่เมืองต่าง ๆ โดยพ่อแม่ของ มาริโอ บาโลเตลลี่ นั้นเป็นผู้อพยพชาวกาน่า ที่เป็นเชื้อสายที่มากที่สุดที่อพยพเข้ามาจากแอฟริกา แต่ด้วยฐานะที่ยากจนมากของครอบครัว บวกกับตัว มาริโอ บาโลเตลลี่ เป็นโรคที่ลำไส้ ในวัย 3 ขวบก็ได้ถูกรับไปอุปถัมภ์โดย ฟรานเชสโก้ และ ซิลเวีย บาโลเตลลี่ ครอบครัวชาวอิตาลี่ เพื่อไปรักษาและเลี้ยงดู ในวัยเด็ก มาริโอ บาโลเตลลี่ เติบโตมาพร้อมกับพี่น้อง บาโลเตลลี่ อีก 3 คนเป็นชาย 2 คนและหญิง 1 คนและได้กลับไปเยี่ยมครอบครัวแท้ ๆ ของเขาในวันสุดสัปดาห์

Mario Balotelli family, ครอบครัวของมาริโอ บาโลเตลลี่, Mario Balotelli parents, ฟรานเชสโก้ บาโลเตลลี่, Fracesco Balotelli, ซิลเวีย บาโลเตลลี่, Silvia Balotelli
credit to : https://sport.sky.it

แม้จะแตกต่างแต่ มาริโอ บาโลเตลลี่ ก็ไม่สนใจ ในวัย 11 เขาเข้าร่วมฝึกฝนฟุตบอลกับเด็กที่สีผิวที่ต่างกันที่เยาวชนของทีม เอฟซี ลูเมซซาเน่ จนถึงปี 2006 ก็ได้ขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ของสโมสรแต่ก็ได้เพียงซ้อมร่วมกันกับทีมชุดใหญ่เท่านั้น 1 ปีในทีมชุดใหญ่ มาริโอ บาโลเตลลี่ ได้ลงเล่นเพียง 2 เกมเท่านั้น ต่อมาเขาก็ได้ไปทดสอบฝีเท้ากับสโมสรบาร์เซโลน่า แต่ก็ไม่ผ่านมาตรฐานของทีมใหญ่ระดับนี้

young Mario Balotelli, วัยเด็กของมาริโอ บาโลเตลลี่, fc lumezzane, เอฟซี ลูเมซซาเน่
credit to : http://myelection.info

หลังจากอกหักจากการทดสอบฝีเท้า มาริโอ บาโลเตลลี่ ก็ถูกทีม อินเตอร์มิลาน ทีมแถวหน้าของ เซเรียอา ลีกสูงสุดของประเทศอิตาลี่ ดึงตัวไปร่วมทีม และที่สโมสรอินเตอร์มิลานนี้เองเป็นที่ที่ มาริโอ บาโลเตลลี่ สร้างชื่อเสียงดังกระฉ่อนไปทั่วโลก มาริโอ บาโลเตลลี่ ได้ลงเล่นในเซเรียอาครั้งแรกวันที่ 16 ธันวาคม 2007 ในเกมที่ชนะ กายารี่ 2-0 และยิงประตูแรกใน เซเรียอา ได้เมื่อ เมษายน ปี 2008 ในเกมที่ชนะ อตาลันต้า 2–0 และในปีเดียวกันเขาก็ช่วยพาทีมคว้าแชมป์ ซูปเปอร์คอปป้า อิตาเลียน่า โดยถูกเปลี่ยนตัวลงมาและยิงประตูได้ในนาทีที่ 83 ของเกมจนสุดท้ายทีมอินเตอร์มิลาน ชนะจุดโทษต่อทีมโรม่า คู่ชิงไป 6-5 ประตูหลังจากที่เสมอกันในเวลาอย่างดุเดือด 3-3

และเขายังได้สร้างสถิติใหม่เป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูได้ในฟุตบอลถ้วยยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกในเกมที่เสมอกับทีม อนอร์โธซิซ เอฟซี คู่แข่งจากประเทศ ไซปรัส 3-3 ด้วยอายุ 18 ปี 85 วันทำลายสถิติเก่าของ โอบาเฟมี่ มาร์ติน (18 ปี 145 วัน)

แม้ว่าจะเปนดาวรุ่งที่น่าจับตามองมากในวงการฟุตบอลอิตาลี แต่ มาริโอ บาโลเตลลี่ ก็หนีไม่พ้นเรื่องสีผิวที่แตกต่าง เมษายน 2009 เขาทำประตูได้ในเกมที่เสมอกับ ยูเวนตุส 1-1 ในเกมนั้น มาริโอ บาโลเตลลี่ ถูกแฟนบอลทีมคู่แข่งเหยียดสีผิว

การเหยียดสีผิวถือเป็นเรื่องร้ายแรงและน่ารังเกียจมากในวงการฟุตบอล มัสซิโม่ โมรัตติ เจ้าของทีมอินเตอร์มิลานกล่าวกับสื่อมวลชนหลังเกมว่า

“ถ้าเขาอยู่ที่นั่นเขาจะพานักเตะของเขาออกจากสนามทันที”

และต่อมาประธานสโมสรยูเวนตุสในขณะนั้นก็ได้ออกมาประนาณการกระทำของกลุ่มแฟนบอลที่เหยียดสีผิวครั้งนั้นด้วยเช่นกัน และสุดท้ายสโมสรยูเวนตุสก็ถูกลงโทษห้ามแฟนบอลเข้ามาเชียร์ในสนาม 1 นัด

แม้จะมีพรสวรรค์ด้านฟุตบอล แต่นิสัยส่วนตัวที่ชอบสร้างปัญหาของเขาก็เริ่มแสดงให้เห็นมากขึ้น มาริโอ บาโลเตลลี่ เคยชูเสื้อ เอซีมิลาน คู่แข่งร่วมเมืองของ อินเตอร์มิลาน ออกรายการทีวีสร้างความไม่พอใจให้กับแฟนบอลทีมงูใหญ่เป็นอย่างมาก และยังมีปัญหากับ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมของอินเตอร์มิลานในเวลานั้นทั้งในด้านการซ้อมและความเป็นมืออาชีพเมื่ออยู่ในและนอกสนาม มูรินโญ่ เคยวิจารณ์นักเตะของเขาในเกมที่เสมอกับทีมโรม่า 1-1 ว่า มาริโอ บาโลเตลลี่ นั้นเกือบจะได้ 0 คะแนนเลยในสนาม

Mario Balotelli ac milan jersey, มาริโอ บาโลเตลลี่ เอซี มิลาน
credit to : http://majalahouch.com

ทุกอย่างในเซเรียอาของ มาริโอ บาโลเตลลี่ นั้นแย่ลงเรื่อย ๆ เขาเป็นเป้าที่จะถูกยั่วยุในสนามจากผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม เป็นเป้ายั่วยุจากแฟนบอลฝั่งตรงข้ามและแฟนบอลทีมอื่นที่ไม่ชอบเขา เหตุการณ์เริ่มปานปลายไปถึงการทะเลาะกันระหว่างผู้เล่นที่ยั่วยุเขากับเพื่อนร่วมทีมที่ช่วยปกป้องเขา เขาเริ่มถูกผู้จักการทีมไม่เชื่อใจที่จะให้ลงสนาม และยังถูกโจมตีจากแฟนบอลทีมอินเตอร์มิลานเองที่ยังโกรธเคืองเรื่องที่เขาเอาเสื้อทีมเอซีมิลานคู่แข่งมาใส่ออกทีวีจนตัว มาริโอ บาโลเตลลี่ ต้องออกแถลงการณ์ขอโทษทางเว็ปไซต์ของทีมอินเตอร์มิลานอย่างเป็นทางการ

“ผมเสียใจกับสิ่งที่ผมได้ทำไปก่อนหน้านี้ ผมเป็นคนแรกที่ต้องรับผิดชอบ ผมรักและอยากเล่นฟุตบอล ผมรอที่จะทำประโยชน์ให้กับทีมอีกครั้ง ผมอยากทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลังและมองไปยังอนาคตที่กำลังจะมาถึง ผมต้องพร้อมสำหรับมัน”

มาริโอ บาโลเตลลี่

มาริโอ บาโลเตลลี่ กลับมามีชื่อร่วมกับทีมและทำประตูได้ในเดือนเมษายน 2010 ที่ชนะ โบโลญญ่า 3-0 แต่ไม่นานเขาก็ออกลายอีกครั้งหลังเกมที่ทีมเจอกับทีม บาร์เซโลน่า วันที่20 เมษายน 2010 เขาถอดเสื้อทิ้งลงพื้นต่อหน้าแฟนบอลที่โห่เขาจากผลงานในสนามสร้างความไม่พอใจต่อแฟนบอลและเพื่อนร่วมทีมจน ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ รุ่นพี่ในทีมอินเตอร์มิลานออกมากล่าวตำหนิรุ่นน้องเพื่อนร่วมทีม

ในปี 2010 ทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของ โรเบอร์โต้ โรแบร์โต้ มันชินี่ ก็ซื้อตัวนักเตะเจ้าปัญหารายนี้ไปร่วมทีมโดย โรแบร์โต้ มันชินี่ ให้ความเห็นว่า มาริโอ บาโลเตลลี่ นั้นมีสไตล์การเล่นที่เข้ากับฟุตบอลอังกฤษ มาริโอ บาโลเตลลี่ ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงนัดแรกในพรีเมียร์ลีก ในเกมที่แพ้ให้กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส 2-1 และยิงประตูแรกให้กับทีมได้ในเกมที่พบกับ เวสต์บรอมมิช อัลเบียน ในวันที่  7 พฤศจิกายน ต่อมาในวันที่ 21 ธันวาคม 2010 มาริโอ บาโลเตลลี่ คว้ารางวัล โกลเด้น บอย อวอร์ด เขาได้ให้สัมภาษณ์ว่าคนที่ดีกว่าเขาที่ได้รับรางวัลนี้นั้นมีเพียง ไลโอเนล เมสซี่ คนเดียวเท่านั้น

แม้จะย้ายลีกแต่นิสัยของ มาริโอ บาโลเตลลี่ ก็ยังไม่เปลี่ยนไปได้ง่าย ๆ เคยมีข่าวที่ว่าเขาเคยทำไฟไหม้บ้านพักของตัวเองเนื่องจากจุดพลุเล่นในบ้านพักตัวเอง และยังถูกแจ้งใบสั่งคดีจอดรถในที่ห้ามจอดถึง 27 ใบ เพียงแค่ไม่ถึงปีหลังจากย้ายมาสู่ทีม เคยมีข่าวว่าเขาเคยทะเลาะกับเพื่อนร่วมทีมในสนามซ้อม และชอบแสดงอาการไม่พอใจแทบทุกครั้งที่ถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม แน่นอนว่าเขายังถูกนักข่าวจับภาพที่ตัวเอาเองเคย “ใส่เสื้อวอร์มไม่เป็น” จนผู้ช่วยต้องเข้ามาช่วยใส่ให้สร้างความขบขันในสนามและผู้ที่มาชมภาพข่าวดังกล่าวในภายหลัง ซึ่งก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับควาเป็น “เกรียนโอ้” ของเขาว่า “ใครๆเขาก็ใส่ได้ทั้งนั้นแล้วทำไมเกรียนโอ้ถึงใส่ไม่เป็นล่ะเนี่ย”

หลังจากโดนโจมตีมากมายจากสื่อจอมจิกกัดและแฟนบอลทีมต่าง ๆ ในประเทศอังกฤษ มาริโอ บาโลเตลลี่ ก็เคยออกมาตอบโต้บ้างโดยการฉลองชัยหลังยิงประตูใส่ทีม แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด คู่ปรับร่วมเมืองโดยการโชว์เสื้อที่ใส่ไว้ด้านในที่มีอักษรเขียนไว้ว่า

“ Why always me ? ”

Mario Balotelli manchester city, มาริโอ บาโลเตลลี่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้, why always me, มาริโอ บาโลเตลลี่ อะไรก็ผม
credit to : www.dailymail.co.uk

สุดท้ายในปี 2013 มาริโอ บาโลเตลลี่ ก็ได้ย้ายกลับไปเล่นฟุตบอลที่อิตาลี่อีกครั้ง คราวนี้ไปอยู่กับทีม เอซีมิลาน ทีมที่เคยมีกรณีร่วมกันกับเขาเมื่อสมัยค้าแข้งอยู่กับอินเตอร์มิลาน

Mario Balotelli inter milan, Mario Balotelli ac milan, Mario Balotelli manchester city, Mario Balotelli italy, มาริโอ บาโลเตลลี่ อินเตอร์ มิลาน, มาริโอ บาโลเตลลี่ เอซี มิลาน, มาริโอ บาโลเตลลี่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้, มาริโอ บาโลเตลลี่ อิตาลี่
credit to : http://myelection.info

กลับมาที่อิตาลี่ครั้งนี้ดีกว่าครั้งก่อน ข่าวคราวด้านไม่ดีต่อ มาริโอ บาโลเตลลี่ แทบไม่มีออกมาให้เห็น อาจเป็นเพราะวัยวุฒิที่มากขึ้นของเขาและการให้ความร่วมมือเรื่องการต่อต้านการเหยียดผิวของแฟนบอล หลังจากเล่นให้ เอซีมิลาน เพียงปีเดียว มาริโอ บาโลเตลลี่ ก็ย้ายกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกอีกครั้งโดยเป็น ลิเวอร์พูล ที่ดึงตัวเขามาทดแทน หลุยส์ ซัวเรซ ที่ย้ายไปเล่นให้กับทีม บาร์เซโลน่า แต่การย้ายมาครั้งนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในการซื้อตัวที่ล้มเหลวของทีมหงส์แดง เพราะแทนที่จะได้ตัวแทนดาวยิงแต่กลับได้นักเตะสำรองที่ยิงได้เพียงประตูเดียวจากการลงเล่น 16 เกมก่อนถูกปล่อยให้ เอซีมิลาน ยืมตัวกลับไปและก็ขายไปให้กับทีม โอจีซี นีส ในฝรั่งเศสในปี 2016

ที่ฝรั่งเศสทุกอย่างกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง มาริโอ บาโลเตลลี่ ได้ลงเล่นสม่ำเสมอและยิ่งประตูได้ต่อเนื่องจนถึงมกราคมปี 2019 โอลิมปิก มาร์กเซย ก็มาดึงตัวเขาไปร่วมทีมและค้าแข้งอยู่กับทีมจนถึงปัจจุบัน

ด้านความสัมพันธ์ มาริโอ บาโลเตลลี่ เคยคบกับ ราฟเฟลล่า ฟิโก้ เมื่อปี  2010-2013 ราฟเฟลล่า ฟิโก้ ตั้งท้องและกำเนิดลูกสาวคนหนึ่งชื่อว่า เปีย ซึ่งมีปัญหาเรื่องการยอมรับว่าเป็นบุตรของ มาริโอ บาโลเตลลี่ หรือไม่เพราะ มาริโอ บาโลเตลลี่ ในทีแรกส่งสัยว่าเป็นลูกของตนจริงหรือไม่ จนสุดท้าเขาก็ต้องยอมรับและต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรสาวที่ชื่อว่า เปีย คนนี้เพราะผลตรวจ ดีเอ็นเอ ในตัวเด็กคนดังกล่าว ต่อมา มาริโอ บาโลเตลลี่ ยังเคยคบกับ แฟนนี่ เนกีช่า สาวชาวเบลเยี่ยมในช่วงปี 2013-2014 และยังคบกับ เคล์เลีย สาวชาวสวิตเซอร์แลนด์ และยังมีลูกชายด้วยกันชื่อว่า ไลอ้อน ในปี 2017 อีกด้วย

Mario Balotelli girlfriends, Mario Balotelli wife, แฟนสาวของมาริโอ บาโลเตลลี่, ภรรยาของมาริโอ บาโลเตลลี่, ราฟเฟลล่า ฟิโก้, Raffella Fico, เปีย, Pia, แฟนนี่ เนกีช่า, Fanny Neguesha, เคล์เลีย, Clelia, ไลอ้อน, Lion
credit to : https://mailrenai.info , www.gossipblog.it , www.agenziagiornalisticaopinione.it

ครอบครัว บาร์วูอาห์ เคยให้เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าอยากจะให้ มาริโอ บาโลเตลลี่ กลับมาอยู่กับพวกเขา พวกเขาเคยยื่นร้องต่อศาลแล้วแต่พวกเขาไม่มีกำลังทรัพย์ที่จะสู้คดี ส่วนทางด้าน มาริโอ บาโลเตลลี่ ก็ให้สัมภาษณ์ตอบโต้ไปว่า “หากผมไม่ได้เป็น มาริโอ บาโลเตลลี่ ในวันนี้พวกเขาก็คงไม่สนใจในตัวผม พวกเขาไม่สนในใยดีต่อผมในขณะที่ครอบครัว บาโลเตลลี่ ดูแลผม” โดยสื่อก็คาดการณ์สาเหตุของเรื่องนี้กันไปมากมายโดยส่วนใหญ่จะถูกมองไปถึงเรื่องฐานะการเงิน มาริโอ บาโลเตลลี่ นั่นเอง

Mario Balotelli celebrate post, Mario Balotelli meme, มาริโอ บาโลเตลลี่ ถอดเสี้อดีใจ, Mario Balotelli euro 2012, มาริโอ บาโลเตลลี่ ฟุตบอลยูโร 2012
credit to : twitter.com

ในบางครั้งศิลปินก็มาพร้อมกับความเกรียน ท่าดีใจถอดเสื้อที่ มาริโอ บาโลเตลลี่ ทำหลังจากยิงประตูที่ 2 ใส่ทีมชาติเยอรมัน ในฟุตบอลยูโร 2012 รอบ 4 ทีมสุดท้ายกลายเป็นท่าที่มีคนเอาไปทำเป็น meme หรือตัดต่อเป็นวีดีโอตลกมากมายในโลกโซเชียลมีเดีย และยังติดตาตรึงใจแฟนบอลทั่วโลกมาจนถึงทุกวันนี้

Top Player Story ในครั้งต่อไปจะเป็นใครโปรดรอติดตาม สวัสดีครับ