Marcelo (มาร์เซโล่)

มาร์เซโล่ แบ็คซ้ายที่สร้างผลงานได้โดดเด่นมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับทีมราชันชุดขาว รีลมาดริด ที่เจ้าตัวค้าแข้งอยู่ในปัจจุบันนี้ จากความสามารถและความสำเร็จที่ มาร์เซโล่ ได้แสดงให้เห็นมาตลอดการค้าแข้งของเขาทำให้เรียกได้ว่า นี่คือแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดในโลกของวงการฟุตบอลอาชีพเลยก็ไม่ผิดแต่อย่างใด เรามาดูกันว่าก่อนที่นักเตะหัวฟูชาวบราซีเลี่ยนรายนี้จะกลายมาเป็นยอดแบ็คซ้ายระดับโลกนั้นเขามีที่มาที่ไปอย่างไรมาก่อนในอดีต ไปดูกันเลย

Marcelo
marcelo

ครอบครัวและวัยเด็ก

มาร์เซโล่ มีชื่อเต็มว่า มาร์เซโล่ วิเอร่า ดา ซิลวา จูเนียร์ เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ปี 1988 ที่เมือง Rio de Janeiro เหมืองหลวงของฟุตบอลในประเทศบราซิล มีบิดาชื่อว่า มาร์เซโล่ วิเอร่า ดา ซิลวา และมารดาชื่อว่า มาเรีย ดา ซิลวา เขาเติบโตขึ้นมาที่ย่านชุมขน Catete ย่านคนจนในเมือง Rio de Janeiro ครอบครัวของ มาร์เซโล่ นั้นก็ไม่ต่างจากคนยากคนจนในย่านนั้นเช่นเดียวกัน บิดาของ มาร์เซโล่ ทำอาชีพเป็นนักดับเพลิงชุมชน ส่วนมารดาของเขาทำอาชีพครูในย่านดังกล่าว

young marcelo, marcelo mother, Maria da Silva

“พ่อของผมโชว์ชุดดับเพลิงให้ดูตอนผมยังเด็ก ผมรู้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจอยากให้ผมเป็นนักดับเพลิงเหมือนอย่างเขา แต่ด้วยสภาพครอบครัวที่ยากจนมันก็เข้าใจได้ แต่ความเป็นจริงผมไม่มีความรู้สึกอยากเป็นนักดับเพลิงเลย สิ่งที่ผมต้องการคือการเล่นฟุตบอล”

ในวัยเด็ก มาร์เซโล่ เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นเด็กที่ร่าเริง หัวเราะเก่งและยิ้มง่าย ทำให้เขาเป็นที่รักและสนิทสนมกับเด็กวัยเดียวกันในระแวกบ้าน

“ใช่ สมัยยังเด็กไม่ว่าเรื่องอะไรลำบากแค่ไหน ผมเรียนรู้ที่จะต้องมีความสุขในชีวิตให้ได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต ผมเป็นแบบนี้มาตลอด ในห้องล๊อกเกอร์ทีมผมก็มักจะสร้างความสนุกสนานเพื่อให้ทีมมีความสุข”

มาร์เซโล่ เริ่มเล่นฟุตบอลด้วยการเตะบอลข้างถนนและการเล่นฟุตซอลตามชายหาด จนมาถึงวัย 9 ขวบ ก็เริ่มเล่นฟุตบอล 5 คนในสนามอย่างอย่างเป็นกิจลักษณะ จนถึงอายุได้ 13 ปี มาร์เซโล่ ก็ได้เข้าไปฝึกฟุตบอลกับสโมสร Fluminese หนึ่งในสโมสรชื่อดังในลีกสูงสุดประเทศบราซิล

มาร์เซโล่มีน้องสาวที่สนิทกันมากอยู่หนึ่งคนชื่อว่า จูเรีย และยังมีคุณปู่ที่ชื่อว่า ซาน เปโดร ผู้คอยให้ความสนับสนุนหลานชายของตนในทุกทางเพื่อที่จะให้หลานคนนี้สามารถเล่นฟุตบอลในสโมสรชั้นนำของประเทศต่อไปได้ ซาน เปโดร ต้องทำงานถึง 3 งานต่อวันเพื่อจ่ายเงินค่าใช้จ่ายทุกอย่างของ มาร์เซโล่ เพื่อให้ได้เล่นฟุตบอลต่อไปแม้ว่าฐานะครอบครัวพวกเขาจะยากจนก็ตาม

Marcelo sister, Julia
credit to : ego.globo.com
marcelo granfather, san pedro
credit to : steemit.com

ระดับเยาวชน

ในระดับเยาวชน มาร์เซโล่ เกือบที่จะต้องออกจากโรงเรียนเยาวชนฟุตบอลเพราะเขาไม่สามารถจ่ายค่ารถบัสเพื่อไปสนามซ้อม แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ต่อสู้ฝ่าฟันเพื่อให้ได้เล่นฟุตบอลที่เขาชื่นชอบ

Fluminese สโมสรต้นสังกัดของ มาร์เซโล่ ช่วยเหลือเขาเป็นอย่างมากเนื่องจากมองเห็นว่าเด็กคนนี้นั้นคือเพชรเม็ดงามที่น่าผลักดันต่อไปในอนาคต มาร์เซโล่ มีความเร็วที่โดดเด่นมากในระดับเยาวชน เขาเริ่มต้นด้วยตำแหน่ง วิง-แบ็ค ซึ่งก็ใกล้เคียงกับตำแหน่งที่เขาเล่นอยู่ในปัจจุบันนี้ เขาวิ่งไม่หยุด โจมตีผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามได้ตลอดทั้งเกม ด้วยความโดดเด่นระดับนี้ทำให้ทีม Fluminese ดันเขาขึ้นชุดใหญ่ตั้งแต่อายุได้เพียง 17 ปีเท่านั้น

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผมเป็นหนี้บุญคุณบิดาและมารดาของผมมากแค่ไหน พวกเขายากจนมาก มีเงินเดือนแค่ค่าแรงขั้นต่ำจากการทำงานดับเพลิงและครูสอนหนังสือในย่านคนจน นอกจากนี้ยังมีปู่ของผมที่สนับสนุนผมในการเล่นฟุตบอลมาตลอด ในวันที่ผมเล่นไม่ดีพวกเขาจะคอยบอดเสมอว่าผมไม่ใช่คนที่เล่นไม่ดีแต่เป็นคนที่เล่นดีที่สุดต่างหาก ซึ่งมันทำให้ผมมีไฟที่จะสู้ต่อ”

ระดับอาชีพ

เด็กวัยเพียง 17 ปี ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักในทีมชุดใหญ่ของ Fluminese ก็ยังถือเป็นเรื่องที่ปกติได้ แต่การที่ มาร์เซโล่ นั้นยึดตำแหน่งตัวจริงของทีมและได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องถึง 30 เกมในฤดูกาลแรกฤดูกาลเดียวทำให้เขาได้รับความสนใจจากทีมใหญ่ในยุโรปอย่างรวดเร็ว และทีมที่ส่งตัวแทนมาซุ่มดูและให้ความสนใจในตัวแบ็คซ้ายพรสวรรค์สูงรายนี้ก็คือทีมยักษ์ใหญ่อย่างทีม รีล มาดริด จากประเทศสเปนนั่นเอง

credit to : oglobo.globo.com

ปี 2007 สโมสร รีล มาดริด ได้ดึงตัว มาร์เซโล่ เข้ามาสู่ทีมภายใต้การบริการของ Ramón Calderón ซึ่งได้ให้คำนิยามของนักเตะแบ็คซ้ายรายใหม่คนนี้ไว้ว่า “เขาจะเป็นนักเตะคนสำคัญของเรา เขาเป็นหนุ่มที่มีความกระตือรือร้น และจะกลายมาเป็นตำนานเหมือนอย่าง Roberto Carlos”

ฤดูกาลแรก มาร์เซโล่ ยังต้องการการปรับตัวเหมือนกับนักเตะที่ย้ายทีมมาใหม่ ๆ ทั่วไป ด้วยวัยเพียง 19 ปี มาร์เซโล่ ได้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริงเพียงแค่ 6 เกมเท่านั้นเนื่องจากตำแหน่งแบ็คซ้ายคนปัจจุบันที่ทีมใช้ทดแทน โรเบอร์โต้ คาร์ลอส ที่ย้ายออกไปซึ่งก็คือ กาเบรียล ไฮเซ่ แบ็คชาวอาเจนติน่า แต่ถึงแม้จะได้ลงเล่นน้อยแต่ปีแรกที่ย้ายมา มาร์เซโล่ ก็ได้คว้าแชมป์ลีกสูงสุดร่วมกับทีมในปีแรกที่ย้ายมาทันที

หลังจากนั้นด้วยความถนัดในตำแหน่งจริงของ กาเบรียล ไฮเซ่ คือเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ทำให้ฤดูกาลถัดไป 2007-2008 มาร์เซโล่ ได้รับโอกาสเป็นตัวจริงของทีม และได้ลงเล่นถึง 32 เกมในทุกรายการ และก็สามารถช่วยทีมคว้าแชมป์ลีสูงสุดต่อเนื่องเป็นฤดูกาลที่ 2 ต่อเนื่อง

หลังจากปรับตัวได้และยึดตัวจริงในตำแหน่งแบ็คซ้ายของทีม รีล มาดริด มาร์เซโล่ ก็กลายเป็นนักเตะหมายเลข 1 ในตำแหน่งนี้แบบถาวร ไม่ว่าผู้บริหารหรือผู้จัดการของทีมจะเปลี่ยนไปกี่คนกี่สมัยก็ตาม หรือแม้ โชเซ่ มูรินโญ่ จะเคยพยายามซื้อ ฟาบิโอ โคเอนเทรา นักเตะแบ็คซ้ายชาว Portugal ชาติเดียวกันกับเขาด้วยราคาสูงถึง 30 ล้านยูโร เพื่อเข้ามากดดันในตำแหน่งนี้ แต่ฟอร์มการเล่นของ มาร์เซโล่ ก็ยังคงเส้นคงว่าและยึดในตำแหน่งนี้อย่างเหนียวแน่นจนสุดท้ายไม่ว่าใครหน้าไหนก็มาแย่งตำแหน่งแบ็คซ้ายของทีมราชันชุดขาวได้จนถึงทุกวันนี้

Marcelo real madrid, marcelo sergio ramos

ความสำเร็จที่ มาร์ฌซโล่ ร่วมสร้างให้กับทีม รีล มาดริด นั้นมีมากมาย คว้าแชมป์ La Liga 4 สมัย, แชมป์ Copa del Rey 2 สมัย, Supercopa de España 4 สมัย, UEFA Champions League 4 สมัย, UEFA Super Cup 3 สมัย และฟุตบอล FIFA Club World Cup อีก 4 สมัย นอกจากนี้ยังสร้างชื่อคว้ารางวัลส่วนตัวในสีเสื้อราชันชุดขาวนี้อีกมากกว่า 30 รางวัลเลยทีเดียว ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในชีวิตค้าแข้งของนักฟุตบอลอาชีพคนหนึ่ง ยิ่งโดยเฉพาะการเล่นร่วมกันระหว่าง มาร์เซโล่ กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในสมัยที่พวกเขายังอยู่ทีมเดียวกันเรียกได้ว่าเป็นฝันร้ายของทุกทีมที่ได้เจอเลยก็ว่าได้

Marcelo real madrid, marcelo ronaldo

26 กรกฎาคม 2011 มาร์เซโล่ ได้รับสัญชาติสเปนซึ่งทำให้เขาได้ลงทะเบียนในฐานะนักเตะท้องถิ่นได้แทนที่จะถูกลงทะเบียนเป็นนักเตะนอดสหภาพยุโรป ซึ่งทำให้เขาสามารถค้าแข้งในประเทศสเปนได้สะดวกมากขึ้นไปอีก แต่ใช่ว่าทุกอย่างจพไปได้ดีเสมอไป มาร์เซโล่ ถูกแจ้งความในคดีหลบเลี่ยงภาษีเป็นจำนวนเงิน 490,917.70 ยูโร ซึ่งเป็นคดีลักษณะเดียวกันกับที่ ไลโอเนล เมซซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เคยโดนมาก่อน นอกจากนี้ มาร์เซโล่ยังถูกกล่าวหาว่าได้จ้างบริษัทดูแลภาพลักษณ์บริษัทหนึ่งเพื่อปลอมประวัติหรือเพื่อกลบเกลื่อนการประทำผิดกฎหมายบางอย่างในประเทศสเปน ซึ่งเป็นที่รู้กันว่ากฎหมายในประเทศนี้ในบางกรณีสามารถจ่ายเงินเข้ารัฐเพื่อทดแทนการจำคุกได้ทำให้เขายังสามารถเล่นฟุตบอลต่อไปได้โดยไม่ต้องรับโทษ

ระดับทีมชาติ

แม้ทีมชาติบราซิลของ มาร์เซโล่ จะมีนักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์ของโลกอยู่มากมายชนิดที่ว่าเลือกใช้ไม่ถูก แต่กลับกลายเป็นว่าทีมชาติบราซิลในยุคของเขานั้นยังไม่เคยคว้าแชมป์โลกเลยสักครั้ง แม้กระทั่งฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพ มาร์เซโล่และเพื่อนร่วมทีมชาติของเขาก็ไปได้ไกลที่สุดแค่รอบ 4 ทีมสุดท้ายโดยแพ้ให้กับทีมชาติเยอรมันไปถึง 1 ประตูต่อ 7 ซึ่งเป็นเกมที่อับอายอย่างเหลือเชื่อกับทีมใหญ่อย่างเจ้าภาพอย่างบราซิลเป็นอย่างมาก มีนักฟุตบอลเพื่อนร่วมทีมของเขาและแฟนบอลอีกมากหลั่งน้ำตาหลังจบเกมสุดอัปยศเกมนี้ แค่นั้นยังไม่พอในนัดชิงที่ 3 ของทัวร์นาเมนต์ มารเซโล่ และทีมชาติของเขาก็ยังไม่แพ้คู่ชิงที่ 3 อย่างทีมชาติเนเธอร์แลนด์ไปอีก 0 ประตูต่อ 3 อีก ถือว่าเป็นฟุลบอลโลกในบ้านเกิดของ มาร์เซโล่ ที่ไม่น่าจดจำเอาเสียเลยจริง ๆ

ความสัมพันธ์

ปัจจุบัน มาร์เซโล่ มีภรรยาสาวสวยที่ชื่อว่า แคลริสส์ อัลเวส โดยที่ทั้งคู้พบกันสมัยที่ มาร์เซโล่ ยังเล่นฟุตบอลอยู่ที่ประเทศบ้านเกิดในขณะที่ มาร์เซโล่ ไปเล่นฟุตบอลชายหาดกับเพื่อนฝูงก็ได้ไปเจอกับ แคลริสส์ และหลังจากนั้นพวกเขาก็ตกลงที่จะคบหาดูใจกันในเวลาต่อมา ทั้งคู่แต่งงานกันในปี 2008 และยังมีลูกด้วยกัน 2 คน ลูกชายคนแรกของพวกเขามีชื่อว่า เอนโซ กัตตุโซ อัลเวส วิเอร่า เกิดเมื่อปี 2009 และต่อมาในปี 2015 พวกเขาก็ได้ลูกชายอีกหนึ่งคน เลียม กัตตุโซ อัลเวส วิเอร่า ซึ่งถือว่าเป็นครอบครัวที่น่ารักและอบอุ่นมาก และในปัจจุบัน เอนโซ ลูกชายคนโตของพวกเขาก็กำลังฝึกฟุตบอลอยู่กับทีมเยาวชนของสโมสร รีล มาดริด อยู่อีกด้วย

Marcelo family, Marcelo wife, Clarisse Alves
credit to : www.youtube.com
Marcelo family, Marcelo son, Enzo Gattuso Alves Vieira, Liam Gattuso Alves Vieira
credit to : celebsdata.net
Marcelo family, Marcelo wife, Marcelo son, Clarisse Alves, Enzo Gattuso Alves Vieira, Liam Gattuso Alves Vieira
credit to : twitter.com
Marcelo son, Enzo
credit to : real madrid tv

ที่มาของรอยสัก

รอยสักสำคัญที่แขนของ มาร์เซโล่ นั้นเป็นรอยสักรูป กระโหลกที่มีวงแหวนเมวดาอยู่บนหัว ซึ่งพอดูแล้วอาจจะเหมือนรอยสักตลก ๆ ทั่วไป แต่ที่จริงแล้ว มาร์เซโล่ บอกว่ามันคือรอยสักที่รำลึกถึงปู่ของเขา “ เปโดร ” ที่คอยช่วยเหลือเขาอยู่เสมอในตอนที่เขายังเด็ก โดยรอยสักนี้หมายถึงปู่ของเขาที่ล่วงลับไปแล้วและได้ไปอยู่บนสวรรค์นั่นเอง

Marcelo Tattoo
credit to : lifebogger.com

“มาร์เซโล่ คือตัวแทนในตำแหน่งของผม เขามีความสามารถและเทคนิคที่ดีกว่าผม”

Roberto Carlos

ต้องบอกว่าจากประวัติความสำเร็จ และฝีเท้าที่ได้พิสูจน์ให้เห็นมาแล้วหลายปีต้องยอมรับว่าแบ็คซ้ายหัวฟูชาวบราซิลที่ชื่อ มาร์เซโล่ คนนี้คือแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดในโลกอย่างแท้จริง และในปัจจุบันที่อายุของเขาเข้าสู่วัยใกล้ช่วงท้ายของชีวิตค้าแข้งเข้าไปทุกที ก็ต้องมารอดูกันว่าเขาจะสามารถยืนระยะรักษาความสามารถของเขาไว้ในระดับสูงขนาดนี้ไปได้อีกกี่ปี และในอนาคตจะมีนักเตะบราซิลในตำแหน่งนี้มาสืบสานตำนานรุ่นต่อไปได้หรือไม่ ต้องคอยมาดูกันต่อไป แต่ที่แน่ในปัจจุบันนี้ มาร์เซโล่ คือนักเตะในตำแหน่งแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดในโลกอย่างแท้จริง

Top Player Story ในครั้งต่อไปจะเป็นใครโปรดรอติดตาม สวัสดีครับ