Nathan Aké (นาธาน อาเก้)

นาธาน อาเก้ กองหลังเซ็นเตอร์ฮาล์ฟชาวเนเธอร์แลนด์ที่เพิ่งย้ายจากทีมตกชั้นอย่าง A.F.C.Bournemouth ไปสู่ทีมใหญ่ระดับเต็งแชมป์อย่าง Manchester City ในปีปัจจุบัน 2020 นักเตะตำแหน่งกองหลังตัวกลางที่มีความโดดเด่นในด้านความเร็วและการประกบตัวผู้เล่นตัวรุกของฝ่ายตรงข้ามที่เป็นจุดบอดของเซ็นเตอร์ฮาล์ฟหลักที่จะเน้นความโดดเด่นในความสูงใหญ่เพื่อป้องกันลูกกลางอากาศ ซึ่งถือว่าเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวเลือกอันดับที่สองของทีมใหญ่แทบทุกทีมที่เน้นแผนการเล่นทีมีกองหลังสี่คน ก่อนที่จะมาเป็นกองหลังของทีมเรือใบสีฟ้า นาธาน อาเก้ เคยผ่านอะไรมาแล้วบ้างนั้น เรามาลองดูกันเลย

Nathan Aké
Nathan Aké

ครอบครัวและวัยเด็ก

นาธาน อาเก้ มีชื่อเต็มว่า Nathan Benjamin Aké (นาธาน เบนจามิน อาเก้) เกิดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ปี 1995 ที่กรุง Hague ของประเทศเนเธอร์แลนด์ มีบิดาชื่อว่า มอยเซ่ อาเก้(Moise Aké) และมารดาชื่อว่า ไอเน็ค เทลแดร์(Ineke Telder)

มอยเซ่ อาเก้ ผู้เป็นพ่อนั้นเป็นชาว Ivory Coast ที่อพยพมาหาความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิมที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ และได้มาพบรักกับ ไอเน็ค เทลแดร์ ที่เป็นชาวเนเธอร์แลนด์จนได้ให้กำเนิด เซดริก อาเก้(Cedric Aké) ลูกชายคนโต และ นาธาน อาเก้ ลูกชายคนรองของครอบครัวขึ้นมา

มอยเซ่ อาเก้ นั้นอดีตเขานั้นเคยติดสุราอย่างมากมาก่อนแล้ววันหนึ่งเขาก็เลิกขาดกับสุราในรูปแบบหักดิบอย่างสิ้นเชิงเพื่อสุขภาพในอนาคต ครอบครัวของ นาธาน อาเก้ นั้นชื่นชอบและมีส่วนร่วมกับกีฬาฟุตบอลมากโดยเริ่มจากการสนับสนุนและชื่นชอบทีม Voorburg สโมสรที่อยู่ใกล้กรุง Hague โดยที่ มอยเซ่ อาเก้ นั้นเคยเป็นผู้จัดการทีมระดับเยาวชนของทีม VV Wilhelmus ส่วน ไอเน็ค เทลแดร์ ก็ทำงานอยู่ในโรงครัวของเยาวชนทีมนี้ด้วย

ด้าน เซดริก อาเก้ ช่วงที่น้องชายของเขาเล่นฟุตบอลอยู่ที่สโมสร AFC Bournemouth นั้น เขาทำงานอยู่ใน Chelsea FC Mega Store

ระดับเยาวชน

สโมสร Wihelmus นั้นเป็นสโมสรที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคบ้านเกิดของ นาธาน อาเก้ ก่อตั้งโดยนักบวชที่ชื่อว่า John van Houten และ Wilhelmus van Stee ซึ่งเป็นที่มาของชื่อสโมสรนั้นเอง และในฐานะที่ มอยเซ่ อาเก้ นั้นเป็นผู้จัดการทีมรุ่นเยาวชนของที่นี่ เขาจึงปูทางในลูกชายของเขาได้โอกาสมีส่วมร่วมกับฟุตบอลตั้งแต่เด็กจนโต

Nathan Aké Wilhelmus
credit to : www.sport.net

นาธาน อาเก้ เริ่มฝึกกับสโมสรที่บิดาของเขาเป็นผู้จัดการทีมอยู่นี้โดยที่เขานั้นเข้าฝึกกับเด็ก ๆ ที่อายุมากกว่า 1-2 ปี ทำให้เขามันตัวเล็กกว่าเด็กในชั้นเรียนเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยที่ อาเก้ นั้นเป็นเด็กที่ตัวเล็กและถนัดเท้าซ้ายทำให้ในวัยเด็กเขาเริ่มต้นในตำแหน่งแบ็คซ้ายของทีมสลับกับตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค ซึ่งเขาก็ทำมันได้ค่อนข้างดีในทั้งสองตำแหน่ง

ด้วยความที่ทั้งโดดเด่นด้านฝีเท้าและเรื่องที่เป็นลูกชายของผู้จัดการทีมทำให้ นาธาน อาเก้ ถูกจับตามองมากกว่าใครในทีม แมงมองของทีมต่าง ๆ จีบจ้องมาที่เจ้าหนูแบ็คซ้ายคนนี้มากกว่าใคร ๆ และหนึ่งในนั้นก็คือตัวแทนของทีม Ado Den Haag ที่เริ่มสนใจในตัวเด็กคนนี้มากเป็นพิเศษ

ในระดับลีกเยาวชน Ado Den Haag ถือเป็นสโมสรแถวหน้าที่มีชื่อเสียงไม่แพ้ Ajex หรือ Feyenoord นักเตะดังอย่าง Tim Krul หรือ Daryl Janmaat ก็เคยผ่านการฝึกจากที่นี่มาแล้วทั้งนั้น เพียงแต่ว่าพวกเขาเน้นไปที่ระบบเยาวชนเป็นหลักทำให้ไม่เป็นที่รู้จักนักในระดับอาชีพ นาธาน อาเก้ ถูกดึงตัวไปทดสอบฝีเท้ากับทีมดังกล่าวนี้และถูกเซ็นสัญญาเข้าทีมอย่างเต็มตัวโดยสัญญาว่าจะให้เขาได้เป็นผู้เล่นในทีมชุดแรกในเวลาที่รวดเร็ว

Nathan Aké Ado Den Haag
credit to : www.sport.net

5 ปีเมื่อเริ่มรู้ว่าฝีเท้าของตนนั้นเหนือกว่าที่จะอยู่ในทีม Ado Den Haag ที่ไม่ค่อยจะมีชื่อเสียงมากนัก นาธาน อาเก้ และครอบครัวจึงได้กดดันไปทางสโมสรเพื่อให้ขายตัวออกไปจากทีม ซึ่งก็สำเร็จตามนั้น นาธาน อาเก้ ได้ย้ายไปร่วมทีมเยาวชนของ Feyenoord ซึ่งแน่นอนว่ามีชื่อเสียงมากกว่าทีมเก่าของเขาในทุกระดับขั้น แต่ อาเก้ เองก็ต้องเจอกับมาตรฐานของทีมที่สูงกว่าที่เคยเจอมาเช่นเดียวกันเพราะที่นี่ไม่ใช่แค่สร้างทีมเยาวชนให้ยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่ยังได้สร้างนักเตะเพื่อให้ขึ้นสู่ชุดใหญ่ของทีมในระดับลีกสูงสุดของประเทศอีกด้วย นาธาน อาเก้ ใช้เวลาพัฒนาฝีเท้าของเขาที่นี่เป็นเวลา 4 ปี และยังเคยช่วยทีมคว้าแชมป์ทัวร์นาเมนต์ของระดับเยาวชนในตอนที่เขาอายุ 16 ปี ซึ่งเป็นผลงานท้ายที่เขาสร้างไว้กับทีมก่อนที่จะถูกทีมใหญ่อย่าง Chelsea จากประเทศอังกฤษมาดึงตัวไปร่วมทีม

“ในตอนนั้นผมยังเด็กมาก มันยากที่จะบอกว่าในเวลานั้นผมรู้สึกอย่างไร “

“แต่คุณต้องตัดสินใจ โตขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นกับการตัดสินใจครั้งนั้นให้ได้”

ด้วยอายุเพียง 16 ปี การเดินทางไป London เพียงคนเดียวเพื่อเข้าสู่ทีมเยาวชนของ Chelsea ถือเป็นความท้าทายมากสำหรับเขา นาธาน อาเก้ ต้องเจอสิ่งใหม่มากมายที่เขาต้องปรับตัวเข้ากับมันให้ได้ ซึ่งตัวเขาที่สามารถเล่นได้ทั้ง แบ็คซ้าย และ เซ็นเตอร์ ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับสอดแทรกในทีมได้ และหลังจากอยู่ฝึกฝนฝีเท้ากับทีมกับทีมจนถึงปี 2012 นาธาน อาเก้ ก็ได้ลงสนามในฐานะนักเตะอาชีพของ Chelsea เป็นครั้งแรก

ระดับอาชีพ

26 ธันวาคม 2012 คือวันที่ นาธาน อาเก้ ได้ชื่อว่าเป็นนักเตะของพรีเมียร์ลีกอังกฤษเป็นครั้งแรก โดยที่วันนั้นเป็นเกมที่ทีมของเขาพบกับทีม Norwich City อาเก้ ในวัยเพียง 17 ปี ได้ลงสนามมาแทน Juan Mata โดยที่นัดนั้นทีมต้นสังกัดของเขาคว้าชัยกลับออกมาจากบ้านของ Norwich City มาได้ 0 ประตูต่อ 1 ซึ่งเป็นชัยชนะนัดแรกของเขากับทีมสิงโตน้ำเงินคราม และต่อมา นาธาน อาเก้ ก็ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงบ้าง สลับเป็นสำรองบ้างในเกมระดับบอลถ้วย FA Cup และถ้วย Europa League รวมทั้งหมด 6 เกม ซึ่งมันก็เพียงพอที่จะทำให้เขาคว้ารางวัลนักเตะเยาวชนยอดเยี่ยมของทีมประจำฤดูกาล 2012 – 2013 มาครองได้

Nathan Aké Chelsea
credit to : www.beinsports.com

แม้จะมีรางวัลการันตีระดับของฝีเท้าก็ตาม แต่ในลีกระดับสูงอย่างพรีเมียร์ลีกนั้น นักเตะเยาวชนมีโอกาสยึดตัวจริงในทีมชุดใหญ่คืออะไรที่ยากมาก นาธาน อาเก้ แทบไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลยในฤดูกาลต่อ ๆ มา โดยทีมนั้นปล่อยตัวเขาออกไปในสัญญายืมตัวให้กับ Reading, Watford, และ Bournemouth ได้ยืมตัวไปใช้งานและเป็นสโมสร Bournemouth นี่เองที่มองเห็นคุณค่าของเขาจนได้ติดต่อซื้อตัวไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ซึ่งเป็นสถิติสูงที่สุดของสโมสรอีกด้วย โดยที่ทางต้นสังกัดเก่าอย่าง Chelsea ได้ใส่เงื่อนไขไว้ในสัญญาซื้อขายครั้งนี้ด้วยว่า “หากมีการขายตัว นาธาน อาเก้ ออกจากสโมสร Chelsea ต้องเป็นทีมแรกที่มีสิทธิ์ซื้อกลับ”

ที่ Bournemouth นั้น นาธาน อาเก้ ได้ยืนพื้นเป็นกองหลังตัวหลักของทีมในทันที ซึ่งถึงแม้ว่าทีมจะเล็กและเสียประตูเยอะมากในฤดูกาลล่าสุดจนทีมต้องตกชั้นไปอยุ่ในระดับ Championship ก็จริง แต่ด้วยฟอร์มการเล่นส่วนตัวของเขานั้นกลับโดดเด่นที่สุดในแผงหลังของทีม ยิ่งดูจากสถิติในช่วงที่ นาธาน อาเก้ มีอาการบาดเจ็บไม่สามารถลงสนามได้นั้น ทีม Bournemouth มี % เสียประตูจากทีมคู่แข่งสูงกว่าตอนที่มีเขาอยู่ในทีมอย่างเห็นได้ชัด

Nathan Aké Bournemouth
credit to : www.bournemouthecho.co.uk

ความเด่นจากที่เป็นกองหลังตัวกลางที่มีความเร็วและการประกบตัวที่เหนียวแน่นมากทำให้ทุกสื่อยืนยันตรงกันว่า นาธาน อาเก้ นั้นจะได้อยู่เล่นฟุตบอลต่อในพรีเมียร์ลีกเป็นแน่ แต่จะเป็นทีมไหนนั้นสื่อก็มองไปที่ต้นสังกัดเก่าอย่าง Chelsea ที่กำลังมีปัญหาในเกมรับรวมถึงเงื่อนไขในสัญญาที่ตั้งไว้ แต่ทาง แฟรงค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการวัยหนุ่มของทีมกลับเลือกที่จะเสริมเกมรุกอย่างบ้าคลั่ง การดึงตัว ฮาคิม ซีเย็ค, ติโม แวร์เยอร์, และการเจรจากับ ไค ฮาแวทซ์ สามตัวรุกเข้ามาร่วมทีมโดยไม่สนที่จะเสริมเกมรับนั้นได้ยืนยันแนวทางการทำทีมของเขาอย่างชัดเจน

หลังจากที่ทีม Chelsea ไม่ใช้สิทธิ์ซื้อดังกล่าว โอกาสก็เปิดกว้างสำหรับทุกทีมที่สนใจดึงตัวปราการหลังสารพัดประโยชน์รายนี้ทันที ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่กำลังมองหากองหลังเข้ามาแก้ปัญหาให้กับทีม Manchester City ที่หวังพึ่งแทบไม่ได้ซักคน โดยที่ผ่านมาทีมเรือใบสีฟ้ามีปัญหากับกองหลังตัวกลางเป็นอย่างมาก เพราะนอกจาก เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ เซ็นเตอร์ชาวฝรั่งเศสที่ซื้อมาจากทีม Athletic Bilbao แล้ว ที่เหลือล้วนไว้ใจไม่ได้เลย ทำให้ช่วงหลังทีมต้องถอยกองกลางตัวรับอย่าง แฟร์นันดินโญ่ ลงไปรับหน้าที่แทนแต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะแก้ปัญหาได้อย่างถาวร ยิ่งพอ เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ เจออาการบาดเจ็บเข้ารบกวนก็ยิ่งทำให้เกมรับของทีมเรือใบยิ่งปั่นป่วนเข้าไปอีก ซึ่งตรงนี้ กวาร์ดิโอล่า รู้ดีและเขาก็แก้ปัญหาในเรื่องนี้อย่างไม่ต้องรอเวลานานนัก

Nathan Aké Manchester City
credit to : weaintgotnohistory.sbnation.com

ในทีมใหญ่ระดับลุ้นแชมป์อย่าง Manchester City หรือ Liverpool การมีเซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักที่โดดเด่นในลูกกลางอาการและการสกัดบอลถือเป็นเรื่องที่ต้องมองเป็นอันดับแรก ซึ่งการจะหาคู่หูหรือ “เซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวที่สอง” นั้นทางเลือกที่จะปิดช่องโหว่ด้วนความเร็วของเซ็นเตอร์ฮาล์ฟถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เห็นได้ชัดจากการที่ เจอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการของทีมหงส์แดงวางตัว โจ โกเมซ ที่มาความเร็วไว้เป็นตัวเลือกอันดับแรกที่จะมายืนคู่กับ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ซึ่งตามประสบการณ์ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็รู้และต้องการที่จะใช้แทคติกเดียวกันนี้เช่นเดียวกันแต่ติดตรงที่ว่า นอกจาก เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ แล้ว เซ็นเตอร์ฮาล์ฟคนอื่นล้วนไม่ตอบโจทย์กับเขาเลยแม้แต่คนเดียว ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้การมาของ นาธาน อาเก้ คือการแก้ปัญหาเกมรับของทีมเรือใบสีฟ้าได้อย่างถูกต้องที่สุดนั่นเอง

ระดับชาติ

แม้จะเพิ่งเริ่มมีชื่อเสียงตอนที่อยู่กับทีม AFC Bournemouth แล้วก็ตาม แต่ตัว นาธาน อาเก้ นั้นเริ่มติดทีมชาติมาตั้งแต่ชุดเยาวชน 15 ปี แล้ว โดยเขาอยู่ในทีมชุดแชมป์รายการ UEFA European Under-17 Championship ในปี 2011 และ 2012 โดยเขาติดทีมไล่ขึ้นมาทุกระดับ จนถึง U-21 ก่อนที่จะถูกเรียกตัวขึ้นสู่ทีมชาติชุดใหญ่ขึ้นไปยืนเทียบกับรุ่นพี่กับตันทีมชาติอย่าง เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค แต่ก็ยังต้องพิสูจน์ตัวเองเพื่อแย่งตำแหน่งตัวจริงกับอีกหลายคนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง มัตไตส์ เดอ ลิคต์ เซ็ตเตอร์ฮาล์ฟค่าตัวแพงของทีม Juventus ที่วัยเพียง 21 ปีเท่านั้น ซึ่งก็คงต้องรอโอกาสในระดับทีมชาติต่อไปเพราะโปรแกรมต่างของทีมชาตินั้นได้ถูกยกเลิกไปเนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัส

Nathan Aké UEFA European Under-17 Championship
credit to : weaintgotnohistory.sbnation.com

ด้านความสัมพันธ์

นาธาน อาเก้ นั้นมีแฟนสาวเป็นตัวเป็นตนมานานแล้วชื่อว่า เคย์ลี รามมาน(Kaylee Ramman) ทั้งคู่นั้นเป็นเพื่อนกันมานานตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นเด็ก และความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็พัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ จนตกลงคบหาดูใจกัน และดูจากภาพด้านล่างแล้วก็น่าจะยืนยันว่าทั้งคู่ได้หมั้นกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Nathan Aké girlfriend, Kaylee Ramman, เคย์ลี รามมาน
credit to : aliufastnet.com

เคย์ลี รามมาน เป็นเจ้าของ blog และเว็บไซต์แนะนำการท่องเที่ยว โดยเธอจะเขียนถึงสถานที่และชีวิตของเธอที่ได้ไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อให้คนเข้ามาอ่านและได้ลองไปเที่ยวตามที่ที่เธอได้แนะนำนั่นเอง

จากนักเตะในทีมที่ตกชั้นก้าวขึ้นมาสู่ทีมที่เป็นทีมเต็งลุ้นแชมป์ลีก ถือว่าเป็นก้าวกระโดดที่สำคัญที่สุดในชีวิตนักฟุตบอลของ นาธาน อาเก้ เลยก็ไม่ผิดเท่าใดนัก ซึ่งในฤดูกาลใหม่ 2020-2021 ที่กำลังจะมาในอีกไม่นานนี้ เขาคงจะต้องพิสูจน์ตัวเองตัวเองด้วยว่า ค่าตัว 40+1 ล้านปอนด์ ที่ทีมเรือใบสีฟ้าได้จ่ายไปนั้นมันคุ้มค่ากับฝีเท้าของเขาหรือไม่ คงต้องรอดูในฤดูกาลใหม่เท่านั้นถึงจะดูได้

Top Player Story ในครั้งต่อไปจะเป็นใครโปรดรอติดตาม สวัสดีครับ