Romelu Lukaku (โรเมลู ลูกากู)

โรเมลู ลูกากู กองหน้าตัวเป้าสัญชาติเบลเยียมที่มีความโดดเด่นด้านรูปร่างที่สูงใหญ่ไม่เป็นรองใคร จากดาวรุ่งที่ถูกวางไว้เป็นตัวตายตัวแทนของยอดดาวยิงอย่าง ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา กองหน้าจอมถล่มประตูของ เชลซี ทีมมหาเศรษฐีแห่งพรีเมียร์ลีกอังกฤษแต่กลับสร้างผลงานได้ไม่เป็นที่น่าประทับใจจนถูกขายออกไปจากทีม จนในวันนี้เขาก็ก้าวขึ้นมาเป็นกองหน้าตัวหลักของทีมชาติเบลเยียมได้อย่างเต็มภาคภูมิ ก่อนที่ศูนย์หน้าร่างยักษ์รายนี้จะก้าวขึ้นมาอยู่ในแถวหน้าของดาวยิงระดับโลกได้ในขณะนี้ เขาผ่านอะไรมาแล้วบ้าง ไปดูกันเลย

Romelu Lukaku, โรเมลู ลูกากู
Romelu Lukaku, โรเมลู ลูกากู

ครอบครัวและวัยเด็ก

โรเมรู ลูกากู มีชื่อเต็มว่า Romelu Menama Lukaku Bolingoli (โรเมรู เมนามา ลูกากู โบลินโกลี) เกิดเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ในปี 1993 ทีเมือง Antwerp ที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศเบลเยียม มีบิดาชื่อ โรเจอร์ ลูกากู และมารดาชื่อว่า อดอลฟีน ลูกากู ซึ่งดูจากสีผิวและชื่อของ โรเมลูแล้วก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าครอบครัวของเขานั้นเป็นครอบครัวชาวแอฟริกาที่อพยพมาอาศัยยังประเทศเปิดอย่างเบลเยียม

บิดาและมารดาของ โรเมรู นั้นเป็นชาว คองโก ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มครอบครัวที่อพยพมาจากทวีปแอฟริกาเพื่อมาหาโอกาสที่ดีกว่าในทวีปยุโรป ซึ่งเชื้อสาย คองโก นั้นถือว่าน้อยมาก ๆ ที่มาอาศัยอยู่ในประเทศเบลเยี่ยมเมื่อเทียบกับสัญชาติแอฟริกาอื่น ๆ อย่าง ไนจีเรีย กาน่า หรือ ไอวอรี่โคสต์

ในวัยเด็กนั้นพ่อแม่ของ โรเมรู ลูกากู ตั้งใจที่จะให้ลูกชายคนนี้ได้ศึกษาเล่าเรียนให้มีความรู้สูง ๆ ไว้ใช้ประโยชน์ในชีวิตเมื่อโตขั้นจะได้ไม้ต้องทำงาน แต่ด้วยความชอบด้านฟุตบอลของครอบครัวนี้ทำให้เจ้าหนู โรเมลู นั้นเริ่มสนใจกีฬามากกว่าการเรียนมากขึ้นทุกที

“ผมเริ่มดูฟุตบอลพรีเมียร์ลีกตั้งแต่อายุประมาณ 9 ขวบ ผมดูมันทุกสดสัปดาห์ ผมดู Jimmy Floy Hasslbaink ทำประตูที่สุดแสนน่าจดจำใส่ Manchester United, เขาเล่นอยู่กับทีม Chelsea ผมเลยตัดสินใจที่จะเชียร์ทีมนี้ ยิ่งการมาของ Didier Drogba ยิ่งทำให้ผมชอบมากขึ้นไปอีก”

young Romelu Lukaku, วัยเด็กของโรเมลู ลูกากู
credit to : footballplayerschildhoodpics.blogspot.com
young Romelu Lukaku, วัยเด็กของโรเมลู ลูกากู
credit to : footballplayerschildhoodpics.blogspot.com

นอกจาก โรเมรู แล้ว ครอบครัวนี้ยังมีลูกชายคนเล็กอีกคนหนึ่งคือ จอร์แดน ลูกากู ซึ่งเจริญรอยตามพี่ชายของเขาที่เป็นนักฟุตบอลอาชีพ และทั้งคู่ก็เคยผ่านการฝึกฟุตบอลที่ทีมเยาวชนของ Anderlecht มาเหมือนกันทั้งคู่

โรเจอร์ ลูกากู นั้นเคยเป็นนักฟุตบอลอาชีพมาก่อนสมัยปี 1986–1999 ซึ่งมันก็ส่งผลมาถึงรุ่นลูกของเขาทั้งสอนคน ทำให้ลูกชายของเขาเลือกที่จะเล่นฟุตบอลเหมือนกับพ่อซึ่งเป็นเสมือนฮีโร่นักฟุตบอลในสมันเด็กนั่นเอง และ โรเจอร์ ยังเคยติดทีมชาติชุดใหญ่ของ คองโก มาก่อนด้วยในปี 1993-1996 ส่วนมารดา อดอลฟีน นั้นปัจจุบันทำงานเป็นนักธุรกิจด้านฟุตบอลอาชีพโดยส่วนใหญ่เธอจะคอยดูแลผลประโยชน์ของลูกชายทั้ง 2 คน และยังมีอิทธิพลมากในการตัดสินใจเซ็นสัญญาต่าง ๆ ของลูกชาย อย่างเช่นการตัดสินใจย้ายไปอยู่กับสโมสรเอฟเวอร์ตันของ โรเมรู ลูกากู หรือการที่ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับทีมดังกล่าวเพื่อย้ายไปสโมสรที่ใหญ่กว่า ทั้งหมดล้วนผ่านการกลั่นกรองของเธอแล้วทั้งสิ้น เนื่องจากเธอใช้เหตุผลที่ว่า“ลูกชายของเธอต้องได้รับในสิ่งที่ดีที่สุด” ซึ่งเธอนี่แล่ะคือเบื้องหลังสาเหตุการล้มเหลวในการเจรจาซื้อตัว โรเมรู ลูกากู จากสโมสรต่าง ๆ

ส่วนทางด้าน จอร์แดน ลูกากู นั้น อดอลฟีน ก็มีส่วนร่วมในการตัดสินใจย้ายไปเล่นที่ประเทศอิตาลีกับสโมสร ลาซิโอ ด้วยเหตุผลที่อยากให้ลูกชายของเธอได้มีโอกาสไปเล่นฟุตบอลยุโรป

“Jordan มีความตั้งใจมากขึ้นกว่าแต่ก่อน โดยเทคนิคแล้วเขาดีกว่าผม เขาเป็นแบ็คซ้ายที่มีความแข็งแกร่งมาก”

ครั้งหนึ่ง โรเมรู พยายามใช้ความข้องเกี่ยวกับสโมสรต้นสังกัดของเขาสมัยเล่นอยู่กับทีมเชลซีเพื่อดึง จอร์แดน มาอยู่สโมสรเดียวกัน แต่ทีมก็ไม่ได้การตอบรับจากทีมทำให้ทั้งคู่ไม่ได้มีโอกาสฝึกฟุตบอลร่วมกันในทีมเชลซีนี้ แต่เขาก็ไม่ได้ติดใจในเรื่องนี้มากนักเพราะถือว่าเป็นความคิดของเด็กวัยรุ่นเมื่อสมัยนั้น

มีช่วงหนึ่งที่ โรเจอร์ ลูกากู ต้องถูกจำขังด้วยข้อหาบางประการในสมัยที่ โรเมรู ค้าแข้งอยู่กับสโมสรเชลซี ทำให้เรื่องทุกอย่างภายในครอบครัวรวมทั้งอนาคตของลูกชายทั้ง 2 คนถูกฝากไว้บนบ่าของ อดอลฟีน เพียงคนเดียว ซึ่งมันส่งผลให้เธอมีความเข้มงวดกับชีวิตของตัวเองและครอบครัวมากขึ้น และยังส่งผลต่อ โรเมรู ที่กำลังจะโลดเล่นในเวทีพรีเมียร์ลีก ซึ่งมันรบกวนจิตใจของเขาเป็นเหตุให้ฟอร์มในสนามของเขาไม่เป็นไปดังที่เขาต้องการ

ระดับเยาวชน

เมื่ออายุได้ 5 ขวบ โรเมรู ลูกากู เข้าฝึกซ้อมกับทีมเยาวชนของ Rupel Boom โดยที่รูป่างและส่วนสูงของเขานั้นโดดเด่นและเหนือว่ามาตรฐานของเด็กทั่วไป เขาจึงได้เริ่มฝึกฟุตบอลอย่างจริงจังในตำแหน่งผู้รักษาประตู ซึ่งเขาก็เล่นในตำแหน่งนี้สลับไปมากับตำแหน่งอื่นมาจนถึงอายุ 10 ขวบ โดยเคยไปอยู่กับทีม KFC Wintam ในช่วงสั้น ๆ จนมาถูกทีมแมวมองของ Lierse ติดต่อให้ไปร่วมทีม ซึ่งครั้งนี้เขาเปลี่ยนมาเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าแล้ว ซึ่งในช่วงปี 2004-2006 โรเมรู ลูกากู ทำไปถึง 121 ประตู ให้กับทีม Lierse กับการลงเล่นเพียง 68 นัด จนได้รับความสนใจและดึงตัวไปอยู่กับทีม Anderlecht หนึ่งในทีมใหญ่ของประเทศเบลเยียม และ โรเมรู ลูกากู ก็ยังโชว์ฟอร์มได้กดีอย่างต่อเนื่องโดยทำได้ถึง 131 ประตู จากการลงสนามในฐานะนักเตะเยาวชนเพียง 93 นัด

young Romelu Lukaku, วัยเด็กของโรเมลู ลูกากู, Romelu Lukaku Lierse, โรเมลู ลูกากู Lierse
credit to : footballplayerschildhoodpics.blogspot.com
young Romelu Lukaku, วัยเด็กของโรเมลู ลูกากู, Romelu Lukaku Lierse, โรเมลู ลูกากู Lierse
credit to : lifebogger.com

ระดับอาชีพ

ปี 2009 คือปีที่ โรเมรู ลูกากู ได้ก้าวขึ้นมามีชื่ออยู่ในทีมชุดใหญ่ของทีม Anderlecht ซึ่งในปีแรกนั้นเขา(16)ยังได้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริงเพียงเกมเดียวเท่านั้น แต่ในฤดูกาลถัดมาก็ได้รับความไว้วางใจมากขึ้น โดยทีมนั้นต้องการผลักดัน โรเมรู ลูกากู ให้เป็นอนาคตของทีมอย่างจริงจัง โดยที่เขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงให้กับทีมชุดใหญ่ถึง 45 เกมในทุกรายการ และยิงได้ถึง 19 ประตู ซึ่งเขาเป็นนักเตะที่ทำประตูได้สูงที่สุดในปปีนั้นเลย โดยเขาได้รับรางวัล Ebony Shoe เป็นถ้วยรูปรองเท้าซึ่งเป็นเกียรติประวัตรครั้งแรกของเขา และในฤดูกาลถัดมา โรเมรู ลูกากู ก็ยังคงรักษามาตรฐานไว้ได้อย่างสุดยอด โดยได้โอกาสลงเป็นตัวจริงถึง 50 เกม และยิงได้รวมถึง 20 ประตูในทุกรายการ ซึ่งมาถึงตรงนี้หลายฝ่ายเริ่มมองว่าลีกสูงสุดของประเทศเบลเยียมนั้นเล็กไปสำหรับกองหน้าจอมถล่มประตูรายนี้เสียแล้ว

ปี 2011 เป็นช่วงที่ทีมมหาเศรษฐีอย่างเชลซีกำลังเริ่มสร้างทีมให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและกำลังเริ่มวางรากฐานให้กับนักเตะภายในทีมเพื่อต่อยอดความยิ่งใหญ่ของสโมสร ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการซื้อตัว โรเมรู ลูกากู มาจากทีมต้นสังกัดเก่ามาด้วยราคาราม 12+8 ล้านยูโร ซึ่งถือว่าไม่น้อยเลยในช่วงเวลานั้นสำหรับเด็กหนุ่มวัยเพียง 18 ปี ซึ่งสื่อกีฬาไม่น้อยเลยที่ไม่รู้จักเขาเพราะลีกสูงสุดของประเทศเบลเยี่ยมนั้นยังไม่เป็นที่สนใจมากนักในเวลานั้น แต่ทีมงานของสโมสรรวมถึงผู้จัดการทีม อังเดร วิลลาส โบอาส นั้นหมายมั่นที่จะวางเขาไว้เป็นตัวตายตัวแทนของ ดิดิเย่ ดรอกบา ศูนย์หน้าหมายเลขหนึ่งของทีมในอนาคต ซึ่งถึงแม้จะมีการเปลี่ยนผู้จัดการมาเป็น โชเซ่ มูรินโญ่ แล้วก็ตาม โรเมรู ลูกากู ก็ยังอยู่ในแผนการทำทีม

Romelu Lukaku Chelsea, โรเมลู ลูกากู เชลซี
credit to : bleacherreport.com

การย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีกแม้จะถือเป็นฝันที่เป็นจริงของ โรเมรู ลูกากู แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้ง่ายอย่างที่เขาวาดฝันไว้ มาตรฐานของทีมเชลซีในขณะนั้นที่ต้องการคว้าแชมป์ทุกปีในทุกรายการ และยิ่งที่ทีมมีผู้เล่นในแดนหน้าที่มีคุณภาพระดับสูงไม่ว่าจะเป็น ดิดิเย่ ดรอกบา, เฟอนันโด ตอเรส, ซาโลมอน กาลู, และ ดาเนียล สเตอร์ริด ซึ่งในฐานะที่เป็นนักเตะดาวรุ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก แม้ว่าผลงานในอดีตของ โรเมรู ลูกากู จะมีสถิติสูงมากก็ตามทีแต่ดูจากกำแพงที่ขวางอยู่เรียกได้ว่าเหนื่อยมากที่จะเบียดขึ้นมาเป็นตัวจริงในเร็ววัน

2 ฤดูกาลที่แรกที่ โรเมรู ลูกากู มาอยู่กับทีมเชลซีเขามีโอกาสได้ลงเล่นรวมเพียง 10 นัดเท่านั้นในฐานะตัวจริง ซึ่งเขาก็พยายามที่จะสร้างผลงานให้ได้ดีที่สุดเท่าที่จะมีโอกาส แต่ฟอร์มการเล่นที่เขาเคยใช้สมัยเล่นอยู่ทีสโมสรในเบลเยียนนั้นมันไม่สามารถใช้ได้ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ จากรูปร่างที่สูงใหญ่โดดเด่นกว่าใคร ๆ โรเมรู ลูกากู กลับไม่ได้ใช้ประโยชน์ในจุดนั้น เขากลับพยายามใช้ความเร็วและทักษะความสามารถในการเลี้ยงบอลซึ่งมันยากที่จะใช้ได้ในลีกระดับสูงนี้ ทำให้ทุกอย่างมันดูผิดพลาดไปหมด จนทีมตัดสินใจปล่อยตัวเขาออกไปหาโอกาสลงเล่นด้วยสัญญายืมตัวให้กับทีม West Bromwich Albion ฤดูกาล 2012-2013 และทีม Everton 2013-2014

เมื่อได้โอกาสลงเล่นกับทีมที่เล็กกว่าและมีความกดดันที่ต่ำกว่าทำให้ โรเมรู ลูกากู ได้มีโอกาสใช้สไตล์การเล่นที่ตัวเองต้องการ ซึ่งเขาก็ใช้ความเร็วของเขาช่วยทีม West Bromwich Albion และทีม Everton ได้อย่างดี โดยได้ลงเล่น 38 เกม ยิงได้ 17 ประตู และลงเล่น 33 เกม ยิงได้ 16 ประตู กับสองสโมสรที่เขาถูกยืมมา โดยเฉพาะกับทีม Everton นั้นเขาเริ่มมองถึงอนาคตของตัวเขาเองกับทีมนี้ว่าน่าจะเหมาะสมกับตัวเขามากกว่าที่เชลซีมีให้เสียด้วยซ้ำ

“ดาวิด หลุยส์ (กองหลังทีมเชลซีในขณะนั้น) เคยให้คำแนะนำกับผมว่าบางครั้งเราอาจต้องยอมแพ้เพื่อมองหาอนาคตที่ดีกว่า เขาแนะนำผมว่าให้มองหาสโมสรที่เล็กกว่าและย้ายออกไปจากเชลซีที่ไม่ได้มอบโอกาสให้ผมเท่าที่ควร ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ผมกลับมาสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมได้อย่างทุกวันนี้ ซึ่งผมเชื่ออย่างที่เขาแนะนำและผ่านมันมาได้”

Romelu Lukaku Everton, โรเมลู ลูกากู เอฟเวอร์ตัน
credit to : www.thenational.ae

ฤดูกาล 2014-2015 โรเมรู ลูกากู ย้ายมาอยู่กับทีม Everton อย่างถาวรด้วยคาตัว 28 ล้านยูโร ซึ่งถือว่าเป็นเงินจำนวนมากสำหรับทีมขนาดกลางอย่างท๊อฟฟี่สีน้ำเงินแต่ก็ต้องถือว่าคุ้มค่ามาก เขาไม่ต้องใช้เวลาในการปรับตัวเลยเนื่องจากเคยเล่นกับทีม Everton ชุดนี้มาแล้วในสัญญายืมตัว และเขาก็กลายเป็นเพื่อนสนิทกับ เควิน มิราลาส กองหน้าสัญชาติเบลเยียมของทีมได้อย่างรวดเร็ว และยังสามารถคว้ารางวัล UEFA Europa League Top Scorer ที่ทีมเข้าแข่งขันได้ตั้งแต่ปีแรกที่ย้ายมาแบบถาวร และในปีถัดมา โรเมรู ลูกากู ก็ยังสามารถคว้ารางวัลนักเตะเยาวชนยอดเยี่ยม 2015-2016 ของทีมได้อีก ซึ่งในฤดูเดียวกันนี้หนึ่งในประตูที่เขายิงได้ยังคว้ารางวัล Goal of the Season ประจำสโมสรได้อีกด้วย ถือว่าที่เขาเลือกมาเล่นให้กับทีมอย่างท๊อฟฟี่สีน้ำเงินนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องอย่างแท้จริง และในฤดูกาล 2016-2017 เขาก็มีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมประจำพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ซึ่งเป็นฤดูกาลที่เขาทำประตูให้กับทีมถึง 26 ประตูในทุกรายการเสียด้วย ซึ่งในเวลานี้ต้องถือว่า โรเมรู ลูกากู นั้นเนื้อหอมสุด ๆ มีทีมใหญ่ ๆ มากมายทั้งในและนอกพรีเมียร์ลีกอยากได้เขาไปร่วมทีม และจากประสบการณ์ของเขาก็ต้องถือว่าพร้อมสำหรับก้าวต่อไปเสียที

ฤดูกาล 2017-2018 ทีมปีศาจแดง Manchester United ทุ่มเงินค่าตัวมูลค่า 75+15 ล้านยูโร กระชากตัวศูนย์หน้าร่างยักษ์รายนี้มาร่วมทีมด้วยสัญญา 5 ปี ภายในการคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งถือเป็นการพยายามฟื้นคืนความคึกคักของทีมหลังจากความผิดหวังกับผู้จัดการทีมคนเก่า หลุยส์ ฟาน กัลป์ ที่ถูกวิจารณ์ว่าทำทีมได้น่าเบื่อจนเกินไป โดยที่ในฤดูกาลนี้ โรเมรู ลูกากู เข้ามาเป็นศูนย์หน้าตัวหลักของทีม ภายใต้การแก่งแย่งตำแหน่ง อย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด, อองโตนี่ มาร์กเซียล และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทั้งยังมี อเล็กซิส ซานเชซ มาเสริมในช่วงกลางฤดูกาลอีก ซึ่งมองรายชื่อแล้วถือว่าเป็นการแข่งขันกันอย่างดุเดือดมากในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าของทีม โดยทีมปีศาจแดงจบฤดูกาลด้วยอันดับรองแชมป์ลีกซึ่งต้องบอกว่าน่าผิดหวังสำหรับขุมกำลังระดับนี้ และมีข่าวภายในว่า นักเตะไม่พอใจกับวิธีทำทีมของผู้จารทีมอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ รวมถึงการจัดตัวผู้เล่นที่ไม่ตรงธรรมชาติของนักเตะมากจนเกินไป

Romelu Lukaku Manchester United, โรเมลู ลูกากู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
credit to : www.thesun.co.uk

ฤดูกาล 2018-2019 ถือเป็นปีที่แย่มาก ๆ สำหรับทีม Manchester United เพราะถูกรุมเร้าจากปีญหาในฤดูกาลก่อนที่ยังค้างอยู่ นักเตะอย่างซุปเปอร์สตาร์อย่าง อเล็กซิส ซานเชซ ที่ถูกจับดองแทบไม่มีโอกาสได้ลงเล่นทั้งที่มีค่าเหนื่อยสูงมาก ข่าวความไม่พอใจของ พอล ป็อกบา หนึ่งในดาราของทีมที่ทำแทบทุกอย่างในสนาม โดยเขาเห็นว่าตนนั้นควรได้รับการปฏิบัติและค่าตอบแทนที่สูงกว่านี้ อีกทั้งข่าวเรื่องที่ โชเซ่ มูรินโญ่ นั้นต้องการทุนเพิ่มเพื่อพัฒนาทีมแต่ฝ่ายบอร์ดบริหารนั้นเห็นว่าทุนมหาศาลที่ให้ไปเมื่อฤดูกาลที่แล้วยังไม่ออกดอกออกผลจึงไม่อนุมัติงบใหม่ให้ ปัญหาต่าง ๆ ส่งผลมาถึงฟอร์มโดยรวมของนักเตะในสนาม เริ่มมีความไม่พอใจของนักเตะเก่าที่ได้รับโอกาสน้อยกว่านักเตะใหม่อย่าง โรเมรู ลูกากู ซึ่งเห็นได้เด่นชัดในนัดที่เขาจ่ายบอลให้ เจสซี่ ลินการ์ด เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้อย่างสวยงาม แต่ตัว เจสซี่ ลินการ์ด เองกลับวิ่งไปดีใจกับแฟน ๆ โดยไม่สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย โดยที่เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้เขาได้ตัดสินอนาคตของตัวเองอีกครั้ง

เมื่อทีมสปิริตไม่ดีพอและไม่สนใจเขา โรเมรู ลูกากู มองหาทีมใหม่ที่จะย้ายออกไปในทันทีเมื่อจบฤดูกาล โดยที่เขาตั้งโจทย์ไว้ว่าทีมที่ย้ายไปจะต้องเป็นทีมใหญ่ที่มีโอกาสคว้าแชมป์หรือลุ้นไปเตะฟุตบอลถ้วยยุโรป แต่ต้องไม่ใช้ทีมในพรีเมียร์ลีเพราะต้นสังกัดเก่าต้องไม่ยอมปล่อยเขาออกไปแบบขาดทุนแน่ ๆ  ซึ่งทุกอย่างก็ไปลงตัวกับทีมงูใหญ่อินเตอร์มิลานที่กำลังมองหากองหน้าคนใหม่มาแทน เมาโร อิคาร์ดี้ ที่ย้ายออกไปอยู่กับสโมสรปารีส แซ็ง แฌร์แม็ง ยักใหญ่ของลีกฝรั่งเศส โดยฤดูกาล 2019-2020 นั้น โรเมรู ลูกากู เข้ามาเป็นศูนย์หน้าตัวหลักของทีมอินเตอร์มิลานและกลับมาทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำอีกครั้ง ช่วยทีมรักษาอันดับพื้นที่ฟุตบอลยุโรปถ้วยใหญ่อยู่ในเวลานี้ และยังคว้ารางวัล Fair Play หรือชื่อใหม่คือ Italian Football Hall of Fame ได้ตั้งแต่ปีแรกที่ย้ายมาเล่นใน Serie A นี้อีกด้วย

Romelu Lukaku Inter Milan, โรเมลู ลูกากู อินเตอร์มิลาน
credit to : www.bangkokpost.com

ระดับชาติ

ด้วยศักยภาพทั้งทางร่างกายและความสามารถทำให้ โรเมรู ลูกากู มีชื่ออยู่ทีมชาติเบลเยียมตั้งแต่ชุด U-15 เรื่อยมาจนถึงระดับทีมชาติชุดใหญ่ ซึ่งแม้ในช่วงแรกนั้นยังคงเป็นแต่ตัวสำรองของ คริสเตียน เบนเตเก้ ศูนย์หน้าร่างยักษ์ตัวหลักของทีม แต่เมื่อ เบนเตเก้ ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บ ก็ถือว่าเป็นโอกาสอันดียิ่งที่เข้าจะก้าวขึ้นมาแทนที่ และ โรเมรู ลูกากู ก็ยึดตำแหน่งตัวจริงยาวมาตลอดจนถึงเวลานี้ แต่ก็ยังน่าเสียดายที่ว่าจนถึงปัจจุบันเขายังไม่มีความสำเร็จระดับชาติมาครองเสียที

ด้านความสัมพันธ์

ปัจจุบัน โรเมรู ลูกากู คบหาดูใจอยู่กับแฟนสาว จูเลีย ฟานเดนเวกฮ์ ซึ่งแม้ว่าทั้งคู่จะยังไม่ได้แต่งงานกัน แต่ก็คบกันแบบออกนอกหน้าและเปิดเผย ในอดีตนั้น จูเลีย เคยทำงานด้านบริการนักท่องเที่ยวอยู่ที่ Travel & Tourrism ในประเทศเบลเยียม และยังเคยทำงานเป็นฝ่ายบริการลูกค้าในเรือสำราญที่ชื่อว่า Costa Crociere จนมาพบรักกับ โรเมรู ลูกากู เธอจึงได้ลาออกจากงานทุกอย่างเพื่อมาอาศัยอยู่กับเขาในเวลาต่อมาจนถึงปัจจุบัน

Romelu Lukaku Girlfriend, แฟนสาวของโรเมลู ลูกากู, Julia Vandenweghe, จูเลีย ฟานเดนเวกฮ์
credit to : www.caughtoffside.com

ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ทันท่วงทีสำหรับ โรเมรู ลูกากู ที่เคยติดสินใจครั้งสำคัญในการเลือกทีมที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง การเลือกย้ายออกจากทีมเชลซี การเลือกย้ายไปอยู่กับทีมแมนยู และการย้ายไปอยู่กับอินเตอร์มิลาน ล้วนแล้วแต่เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องถูกจังหวะเวลากับช่วงชีวิตค้าแข้งของเขาทั้งสิ้น และในวับปัจจุบันเพียง 27 ปี นั้นต้องถือว่ายังมีโอกาสอีกมากที่เขาจะสามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ หรือแม้แต่โอกาสคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกก็ยังคงเปิดกว้างสำหรับเขาคนนี้ ก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่าการคว้าแชมป์ลีกสมัยแรก โรเมรู ลูกากู จะเกิดขึ้นหรือไม่ และเป็นลีกสูงสุดประเทศใด

Top Player Story ในครั้งต่อไปจะเป็นใครโปรดรอติดตาม สวัสดีครับ