การยิงประตูสำคัญในช่วงท้ายเกมมักจะเป็นอะไรที่น่าจดจำไม่ว่าจะเป็นระดับสโมสรหรือระดับโลก การยิงประตูได้ในช่วงสำคัญของทีมยิ่งถ้ายิงได้ในช่วงท้ายเกมจะเป็นอะไรที่ทั้งคนยิงและแฟนบอลต่างจดจำไปจนอาจกลายเป็นประวัติศาสตร์ของทีมไปเลยก็มี ในที่นี้ Top Ten Story ได้หยิบยก 10 ลูกยิงสุดแสนดราม่าในช่วงท้ายเกมมาใช้ติดตามกัน ไปดูกันเลย

อันดับ 10 ลูกยิงของ Teddy Sheringham และ Ole Gunnar Solskjær Champions League Final 1998/99

credit to www.dreamteamfc.com

UEFA Champions League ฤดูกาล 1998/99 คู่ชิงระหว่าง Manchester United พบกับทีม Bayern Munich ยุคที่มีนักเตะเยอรมันระดับตำนานอยู่ในทีมมากมายอย่าง Oliver Kahn, Lothar Matthäus, Stefan Effenberg, Mario Basler และเป็น Mario Basler ยิงนำไปก่อนตั้งแต่นาทีที่ 6 เกมดำเนินไปจนใกล้หมดเวลา Manchester United ไม่มีทีท่าที่จะยิงประตูตีเสมอได้เลย Bayern Munich คุมรูปเกมทุกอย่างไว้ได้หมด หลังจากมั่นใจว่าสามารถคว้าแชมป์มาครองได้แน่แล้ว Bayern Munich ก็ได้เปลี่ยนตัว Lothar Matthäus ตำนานผู้เล่นคนสำคัญวัย 37 ออกมาพัก ช่วงทดเวลาทีม Manchester United ได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 90+1 จาก Teddy Sheringham และอึดใจต่อมาก็เป็น Ole Gunnar Solskjær จิ้มบอลซ้ำลูกโหม่งของ Sheringham คนเดิมเข้าประตูไปในนาทีที่ 90+3 กลายเป็นประตูขึ้นนำและเป็นประตูชัยให้ Manchester United คว้าแชมป์ UEFA Champions League 1998/99 ไปได้อย่างเหลือเชื่อทั้งที่ Lothar Matthäus ที่เพิ่งถูกเปลี่ยนตัวออกไปยังถอดรองเท้าไม่เสร็จเลยด้วยซ้ำ

อันดับ 9 ลูกโหม่ประตูของ Dejan Lovren Europa League 2015/16

credit to www.bbc.com/sport

UEFA Europa League 2015/16 เกมระหว่าง Liverpool เล่นในบ้านตัวเองพบกับ Borussia Dortmund ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่นัดแรกทั้ง 2 ทีมเสมอกันมา 1-1 ที่บ้านของ Borussia Dortmund และเป็น Henrikh Mkhitaryan และ Pierre-Emerick Aubameyang ยิงให้ทีมเยือนขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 5 และนาทีที่ 9 จน Liverpool ตีไข่แตกได้ในครึ่งหลังนาทีที่ 48 จาก Divock Origi แต่ Marco Reus ก็ยิงให้ Borussia Dortmund ทิ้งห่างออกไป 3 ประตูต่อ 1 ทำให้เวลานั้น Liverpool ต้องการถึง 3 ประตูเพื่อที่จะชนะผ่านเข้าสู่รอง 4 ทีมต่อไปให้ได้ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมากกับเวลาที่เหลืออยู่ แต่ลูกยิงตีตื้น 2 ประตูต่อ 3 ของ Philippe Coutinho และลูกโหม่งตีเสมอ 3-3 ของ Mamadou Sakho ก็ทำให้นักเตะและแฟนบอล Liverpool กลับมาคึกคักอีกครั้ง จนถึงช่วงทดเวลาก็เป็น Dejan Lovren โหม่งลูกเปิดของ James Milner เข้าไปนาทีที่ 90+1 ทำให้ Liverpool ผ่านเข้าสู้รอบ 4 ทีมไปอย่างเหลือเชื่อ

อันดับ 8 ลูกโหม่งของ Homare Sawa Women’s World Cup Final 2011

ใน Women’s World Cup 2011 นัดชิงชนะเลิศระหว่างทีมชาติอเมริกาพบกับทีมชาติญี่ปุ่น แม้รูปร่างและความแข็งแกร่งของนักกีฬาของทีมชาติญี่ปุ่นจะเป็นรองแต่ด้วยความสามารถเฉพาะตัวของนักกีฬาทำให้สู้กกันได้อย่างสูสี Alex Morgan ยิงให้อเมริกานำไปก่อนในนาทีที่ 69 แต่ Aya Miyama ก็มาตีเสมอให้กับทีมญี่ปุ่นได้นาทีที่ 81 เกมจบลงในเวลาด้วยผลเสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษไปอีก 30 นาที และก็เป็นอเมริกาที่ขึ้นนำอีกครั้งจากลูกโหม่งของ Abby Wambach ศูนย์หน้าร่างยักษ์ในนาทีที่ 104 ทำให้ทีมและแฟนบอลมั่นใจแล้วว่าอเมริกาต้องคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 3 ได้อย่างแน่นอน แต่ลูกโหม่งตีเสมอของ Homare Sawa ในนาทีที่ 117 ก็ได้ดับฝันของทีมชาติและแฟนบอลอเมริกาเพราะว่าประตูตีเสมอนี้ส่งผลให้ทั้ง 2 ทีมต้องตัดสินกันด้วยจุดโทษและเป็นญี่ปุ่นที่ชนะจุดโทษไป 3-1 คว้าแชมป์สมัยแรกครั้งแรกของประเทศได้สำเร็จ และ FIFA ยังมอบรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมปี 2011 ให้กับ Homare Sawa ซึ่งเธอมารับรางวัลด้วยชุดประจำชาติญี่ปุ่นอีกด้วย

credit to youtube tv

อันดับ 7 ลูกยิงฟรีคิกของ Cristiano Ronaldo World Cup 2018

ใน FIFA World Cup 2018 ที่ Russia นั้นทีมชาติ Portugal นั้นอยู่ร่วมสายกับ Spain เต็งแชมป์ของสายกลุ่ม B แล้วนัดแรกของทั้ง 2 ชาติยังต้องมาเจอกันเองอีกด้วย Cristiano Ronaldo ที่เคยค้าแข้งอยู่ในสเปนกับทีม Real Madrid นั้นทุกคนในทีมชาติ Spain รู้พิษสงเป็นอย่างดีแต่ไม่ว่ายังไงก็ไม่สามารถหยุดความร้อนแรงของนักเตะเจ้าของรางวัล FIFA Ballon d’Or 5 สมัยคนนี้ไว้ได้ แค่ 4 นาที Cristiano Ronaldo ก็ยิงจุดโทษให้ Portugal ขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0 แต่ Diego Costa ก็มาตีเสมอให้ Spain ได้ 1-1 ในนาทีที่ 24 แต่ก่อนหมดเวลาครึ่งแรกนาทีเดียว Cristiano Ronaldo คนเดิมก็มายิงประตูให้ Portugal ขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 ในครึ่งครึ่งหลัง Diego Costa ไม่ยอมแพ้ยิงประตูให้ Spain ตามตีเสมอได้สำเร็จ 2-2 แต่ยังไม่พอในนาทีที่ 58 Spain พลิกกลับมานำ 3-2 ด้วยลูกยิงของ Nacho Fernández อดีตเพื่อนร่วมทีมของ Cristiano Ronaldo ใน Real Madrid ทำให้ทีมชาติ Spain มีโอกาศคว้าชัยชนะและเก็บ 3 คะแนนแรกในนัดเปิดสนามของทีมชาติในฟุตบอลโลกปี 2018 นี้ แต่ท้ายเกม Portugal ได้ฟรีคิกหน้าเขตโทษและเป็น Cristiano Ronaldo ปั่นฟรีคิกเข้าไปเป็นประตูตีเสมอก่อนที่จะหมดเวลาเพียง 2 นาที ส่งผลให้จบเกมทั้ง 2 ทีมเสมอกันไปอย่างสุดมัน 3 ประตูต่อ 3 และ Cristiano Ronaldo ก็เป็นคนแรกที่ยิงแฮตทิกได้ในทัวร์นาเมนต์นี้อีกด้วย

credit to www.washingtonpost.com

อันดับ 6 ลูกยิงของ Sergio Agüero Premier League 2011/12

credit to https://ewn.co.za

ฤดูกาล 2011-2012 สองทีมจากเมือง Manchester ขับเคี่ยวแย่งแชมป์กันอย่างดุเดือดมากโดยมีคะแนนเท่ากันอยู่ที่ 86 คะแนน แต่เป็น Manchester City ที่นำเป็นจ่าฝูงอยู่ด้วยประตูได้เสียที่เหนือกว่าคู่แข่งร่วมเมือง Manchester United จนต้องไปตัดสินกันในนัดสุดท้าย ซึ่งผลของคู่ Man United นั้นชนะและจบไปก่อนแล้วแต่ฝั่งคู่ของ Man City นั้นจบช้ากว่าเพราะมีการทดเวลาหลายนาทีจากเหตุปะทะกันของนักเตะทั้ง 2 ทีม ความร้อนรนของนักเตะ Man City นั้นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากการร็ผลของอีกสนามหนึ่งและผลของสนามตัวเองที่ยังเสมอกันอยู่ 2-2 ซึ่งถ้าจบแบบนี้จะเป็น Man United จะแซงหน้าคว้าแชมป์ไปครองแทน แต่ก็เป็น Sergio Agüero มายิงประตูชัย 3-2 ในนาทีที่ 90+3 ทำให้จบเกมกลายเป็น Manchester City กลับมาเป็นจ่าฝูงคว้าแชมป์ไปได้และยังเป็นแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกของสโมสรอีกด้วย

อันดับ 5 ลูกยิงของ Stevie Chalmers European Cup Final 1967

ถ้วย European Cup ถ้วยแรกและถ้วยเดียวในแผ่นดิน Scotland ได้มาจากทีมแชมป์อย่าง Glasgow Celtic ที่เข้าชิงในทัวร์นาเมนต์ European Cup ปี 1967 ซึ่งพบกับ Inter Milan ยอดทีมดังจาก Italy และเป็นทีม Inter Milan ที่นำไปก่อน 1-0 จากลูกจุดโทษของ Sandro Mazzola ตั้งแต่นาทีที่ 7 ต่อมาในครึ่งหลัง Celtic ก็มาตามตีเสมอได้ในนาทีที่ 62 จาก Tommy Gemmell จนมาถึงช่วงก่อนหมดเวลา 5 นาที Stevie Chalmers ก็มายิงประตูชัยให้ทีม Celtic ได้ในนาทีที่ 85 ส่งผลให้ Glasgow Celtic คว้าแชมป์ European Cup ได้เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวของสโมสรและของประเทศ และยังเป็นถ้วย European Cup ใบแรกและใบเดียวของประเทศในสหราชอาณาจักรที่คว้าได้โดยประเทศที่ไม่ได้มาจากประเทศอังกฤษอีกด้วย ในปัจจุบันทัวร์นาเมนต์ UEFA Champions League ก็มีชื่อเดิมว่า European Cup นั่นเอง

credit to https://www.celticquicknews.co.uk


อันดับ 4 ลูกยิงของ Sergio Roberto UEFA Champions League 2016/17

ใน UEFA Champions League 2016/17 ในรอบ 16 ทีม Paris Saint-Germain ยอดทีมอันดับหนึ่งจากฝรั่งเศษจะต้องพบกับยอดทีมอันดับหนึ่งจากสเปน Barcelona ซึ่งในนัดแรกเป็น Paris Saint-Germain เปิดบ้านชนะมาก่อน 4-0 ทำให้ในนัดที่ 2 Barcelona มีโจทย์ยากที่จะต้องยิงให้ได้มากกว่า 5 ลูกขึ้นไปจึงจะเข้ารอบ เริ่มเกมในนัดที่ 2 ได้ไม่นาน Luis Suárez ก็ยิงประตูให้ Barcelona ออกนำตั้งแต่ต้นเกมในนาทีที่ 3 จากนั้น Layvin Kurzawa กองหลังของ PSG ก็มาทำบอลเข้าประตูตัวเองส่งผลให้จบครึ่งแรก Barcelona เจ้าบ้านออกนำไปก่อน 2 ประตูต่อ 0 ครึ่งหลังในนาทีที่ 50 ก็เป็น Lionel Messi ยิงประตูจุดโทษให้ Barcelona ขึ้นนำเป็น 3-0 ในนาทีที่ 50 สร้างความหวังให้กับทั้งทีมและแฟนบอลgเจ้าบ้านว่าโอกาสเข้ารอบนั้นยังมี แต่แล้ว นาทีที่ 62 Layvin Kurzawa ก็มาแก้ตัวได้สำเร็จโดยเป็นคนโหม่งชงบอลให้ Edinson Cavani ดีดเข้าประตูไปอย่างสวยงามส่งผลให้ประตูรวมกลายเป็น 4-3 และ Barcelona ต้องยิงอีกถึง 3 ประตูเพื่อที่จะเข้ารอบ (2 ประตูไม่พอด้วยกฎประตูทีมเยือน) ความหวังของทีมยังไม่หมดไปด้วยประตูตีตื้นขึ้นมาจากฟรีคิกในนาทีที่ 88 ของ Neymar และ Neymar คนเดิมก็มายิงประตู 5-1 ได้ด้วยลูกจุดโทษนาทีที่ 90+1 เวลานี้ Barcelona บุกสุดตัวไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว และก็เป็น Neymar คนเดิมที่ตักบอลเข้ากรอบเขตโทษ Sergio Roberto ที่หลุดกับดักล้ำหน้าชาร์จบอลเข้าประตูไปในนาทีที่ 90+5 ส่งผลให้ Barcelona โกงความตายกลับมาพลิกเข้ารอบด้วยประตูรวม 6 ประตูต่อ 5 ผ่านเข้าสู้รอบ 8 ทีมไปอย่างเหลือเชื่อ

credit to youtube

อันดับ 3 ลูกยิงของ Lucas Moura Champions League Semi-finals 2018/19

credit to www.imdb.com

ในถ้วย UEFA Champions League รอบ 4 ทีมสุดท้ายนัดแรก Tottenham Hotspur เปิดบ้านพบกับ Ajax ซึ่งถือว่าเป็น 2 ทีมที่ล้มยักษ์มาด้วยกันกันทั้งคู่โดยที่ Tottenham นั้นผ่าน Manchester City มาแบบสุดดราม่า ส่วน Ajax นั้นก็ปราบมาทั้ง Real Madrid และ Juventus เกมนั้นแรก Ajax บุกมาชนะถึงอังกฤษ 1 ประตูต่อ 0 สร้างความได้เปรียบด้วยประตูทีมเยือน พอถึงในเกมนัดที่ 2 Ajax ก็ยังนำถึง 2 ประตูในครึ่งแรกจาก Matthijs de Ligt และ Hakim Ziyech และยังมีโอกาสอีกหลายครั้งมากแต่ก็ยิงเพิ่มไม่ได้ในขณะที่ Tottenham Hotspur เล่นแบบไม่มีอะไรจะเสียจนมาได้ 2 ประตูจาก Lucas Moura นาทีที่ 55 และ 59 เกมทำท่าเหมือนจะจบด้วยการเข้ารอบของ Ajax ที่ผลต่างประตูรวม 3-2 แต่ก็เป็น Lucas Moura คนเดิมที่ยิงประตูแฮตทริกได้ในนาทีที่ 90+6 ส่งผลให้ประตูรวมเท่ากันที่ 3-3 ส่งผลให้ Tottenham Hotspur ชนะไปด้วยกฎประตูทีมเยือนผ่านเข้าสู้รอบชิงชนะเลิศไปได้สำเร็จ

อันดับ 2 ลูกยิงของ Andrés Iniesta ใน World Cup Final 2010

credit to www.imdb.com

ฟุตบอลโลกปี 2010 ที่ South Africa ในนัดชิงชนะเลิศที่ Spain พบกับ Netherlands หลังจากในเวลาปกติทั้ง 2 ทีมเสมอกันอยู่ 0-0 ทั้งที่ Netherlands มีโอกาสสูงมากที่จะขึ้นนำจากการหลุดเดี่ยวถึง 2 ครั้งของ Arjen Robben แต่ก็ทำประตูไม่สำเร็จจนมาถึงช่วงท้ายของช่วงต่อเวลาพิเศษก็เป็น Andrés Iniesta ที่ยิงประตูประตูได้ในนาทีที่ 116 และเป็นประตูชัยส่งผลให้ทีมชาติ Spain เป็นแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยแรกและเป็นสมัยเดียวจนถึงปัจจุบัน ซึ่งทีมชาติ Spain ในยุคนั้นถูกยกย่องว่าเป็นทีมที่ดีที่สุดในโลกอีกด้วย

อันดับ 1 ลูกยิงของ Eder ในนัดชิง Euro Final 2016

ทีมชาติ Portugal ใน Euro 2016 นั้นแม้จะมีนักเตะอย่าง Cristiano Ronaldo แต่ศักยภาพทีมโดยรวมแล้วยังเป็นรองทีมชาติ Spain, Germany, Italy, รวมถึงเจ้าภาพอย่าง France ในรอบแบ่งกลุ่มรอบแรกพวกเขาทำได้เพียงแค่ 3 คะแนนจากผลเสมอ 3 นัด และผ่านเข้ารอบโดยการได้โควต้าอันดับ 3 ที่ดีที่สุดร่วมกับ Slovakia, Republic of Ireland, และ Northern Ireland แต่ทีมชาติ Portugal ก็ฝ่าฟันเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศจนได้โดยชนะจุดโทษ Poland ในรอบ 8 ทีม 5-3 ชนะทีมชาติ Wales ในรอบ 4 ทีม 2-0 โดยมีคู่ชิงชนะเลิศคือ France โดยทีมชาติ Portugal ถูกมองว่าเป็นรองอย่างมาก ยิ่งมาเจออาการบาดเจ็บของ Cristiano Ronaldo ที่ปะทะกับผู้เล่นฝรั่งเศษจนต้องหามออกจากสนาม แต่เจ้าตัวยังไม่ทิ้งเกมในสนาม Cristiano Ronaldo ยังกลับมาเชียร์เพื่อนร่วมทีมที่ข้างสนาม เกมดำเนินไปโดยที่ฝรั่งเศษเจ้าภาพบุกอยู่แทบตลอดทั้งเกมจนมาถึงช่วงต่อเวลาพิเศษนาทีที่ 109 Eder กองหน้าทีมชาติ Portugal ยิงจากนอกกรอบเขตโทษเสียบโคนเสาเข้าประตูไปชนิดดับเสียงแฟนบอลเจ้าภาพไปชั่วขณะและยังเป็นประตูชัยให้ Portugal คว้าแชมป์ครั้งแรกเป็นประวัติศาสตร์สร้างความยินดีเป็นอย่างมากจนทำให้ Cristiano Ronaldo หลั่งน้ำตาออกมาหลังเสียงนกหวีดจบเกมดังขึ้น

credit to www.express.co.uk

นี่เป็นส่วนหนึ่งของประตูท้ายเกมสุดดราม่าจากอีกมากมายในวงการฟุตบอลทั่วทุกมุมโลก มีคนมากมายที่ดีใจกับมันและแน่นอนคนที่เสียใจกับมันก็ไม่ได้น้อยไปกว่ากัน นี่จึงเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของฟุตบอลกีฬาที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ของโลก

Top Ten Story ครั้งต่อไปจะเป็นเรื่องอะไรโปรดรอติดตาม สวัสดีครับ